
รื้อระบบเก็บค่าเข้าอุทยาน
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งเป้ารายได้ทางการท่องเที่ยวปีหน้า ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท เทียบจากเป้าหมายปีนี้ 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เอกชนมองว่าไม่ไกลเกินจริง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งเป้ารายได้ทางการท่องเที่ยวปีหน้า ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท เทียบจากเป้าหมายปีนี้ 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เอกชนมองว่าไม่ไกลเกินจริง
โดยในมุมมองของ นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) เห็นว่าการสร้างรายได้เพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท สามารถทำได้ เพราะปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ และจะทำได้มากขึ้นอีก หากรัฐบาลรื้อระบบการจัดเก็บค่าเข้าอุทยานต่างๆ ทั่วประเทศให้สอดคล้องกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้าใช้บริการจริง
ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานต่างๆ เช่น หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เพียง 4 หมื่นคน/ปี มีรายได้ราว 500-600 ล้านบาท แต่ภาคเอกชนเชื่อว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเกาะพีพีประมาณปีละ 4 ล้านคน จึงควรจะเก็บรายได้ได้สูงกว่า 1,000 ล้านบาท/ปี
นายเจริญ ยังบอกอีกว่า เอกชนมองว่าที่ผ่านมาการจัดเก็บค่าเข้าอุทยานรั่วไหล หากรัฐบาลแก้ไขจุดนี้ได้ จะทำให้รายได้ในระบบเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถนำเงินดังกล่าวไปพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวให้ดีขึ้น แต่เสนอว่าควรสรรหาบุคคลภายนอกมาดูแลเรื่องการเก็บค่าเข้าอุทยาน แทนที่จะให้กรมอุทยานฯ เป็นผู้ดูแล
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องเร่งจัดระเบียบสิ่งผิดกฎหมายในธุรกิจท่องเที่ยวให้ถูกต้อง เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเข้าสู่ระบบอย่างแท้จริง







