
ลูกค้า'เอสเอ็มอีแบงก์'เลิกกู้
ลูกหนี้เอสเอ็มอีแบงก์ถอดใจล้มโครงการกว่า 700 ล้านบาท
ลูกหนี้เอสเอ็มอีแบงก์ถอดใจล้มโครงการกว่า 700 ล้านบาท
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (สคร.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเวียนมติ คนร. ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ให้กรรมการเซ็นรับทราบ ซึ่งรวมถึงการอนุมัติให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ขยายกรอบการให้สินเชื่อต่อรายจาก 15 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแต่ละประเภทให้เหมาะสมต่อไป
“ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งกำกับดูแลเอสเอ็มอีแบงก์ให้ปล่อยสินเชื่อมีความรัดกุมรอบคอบตามผลการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน” นายกุลิศ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อกรรมการซูเปอร์บอร์ดเซ็นรับทราบมติการประชุมครบทุกคนแล้ว ทาง สคร.จะทำหนังสือแจ้งเป็นทางการให้เอสเอ็มอีแบงก์รับทราบถึงการอนุมัติขยายสินเชื่อ สำหรับการอนุมัติการเพิ่มทุน กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาผลประกอบการของธนาคาร
นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ธนาคารยังไม่ได้รับหนังสือจาก
ซูเปอร์บอร์ด กรณีที่อนุมัติให้ขยายวงเงินปล่อยสินเชื่อจาก 15 ล้านบาท เป็น 30 ล้านบาท จากที่เสนอขอไป 50 ล้านบาท ส่งผลให้ขณะนี้ธนาคารยังไม่สามารถปล่อยกู้ลูกค้ารายใหญ่ได้
นางสาลินี กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมามีลูกหนี้ค้างท่อรอการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารจำนวน 25 ราย มียอดเงินที่ยื่นขอสินเชื่อราว 1,151 ล้านบาท แต่ล่าสุดหลังธนาคารสอบถามความต้องการของลูกค้า พบว่าหลายรายไม่ต้องการขอสินเชื่อแล้ว เพราะเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจไม่ดี จึงเปลี่ยนความคิดที่จะขยายการลงทุน ทำให้เหลือลูกค้าที่ยังคงรอสินเชื่ออยู่ราว 10 ราย มีวงเงินประมาณ 350 ล้านบาท ที่ยังยืนยันจะรอการอนุมัติจากธนาคารให้ปล่อยกู้ได้ต่อไป
“ตอนแรกก็มีมาขอกันเยอะเป็นพันล้าน แต่ตอนนี้เหลือแค่300 ล้านบาท ที่ลดลงก็ไม่ได้ไปขอกู้ที่ไหน แต่เขาเลิกความคิดที่จะทำเพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่รายที่รออยู่ก็เดือดร้อนหนักเพราะลงทุนไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทางซูเปอร์บอร์ดยังไม่ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการมาให้” นางสาลินี กล่าว







