
ไทยพาณิชย์จุกหนี้เอสเอ็มอี
ไทยพาณิชย์ทำใจเอ็นพีแอลเอสเอ็มอีลดลงยาก หวังปีหน้าหนี้เสียลดหลังคุมเข้ม
ไทยพาณิชย์ทำใจเอ็นพีแอลเอสเอ็มอีลดลงยาก หวังปีหน้าหนี้เสียลดหลังคุมเข้ม
นายวิพล วรเสาหฤท ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีในปีนี้ อาจปรับลดลงยาก โดยสัดส่วนเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นเป็น 4.8% ของสินเชื่อเอสเอ็มอีจากสิ้นปี 2557 อยู่ที่ 4.6% ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อที่ปล่อยเมื่อปี 2555-2556 ช่วงที่เศรษฐกิจบูมและธนาคารปล่อยสินเชื่อออกไปมาก เป็นภารกิจที่ต้องแก้ไขกันต่อไป
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป เอ็นพีแอลน่าจะขยับลงได้ ซึ่งเป็นอานิสงส์จากการควบคุมคุณภาพสินเชื่อในช่วงปี 2557-2558 ของธนาคาร เพราะวงจรธุรกิจเอสเอ็มอี หากมีปัญหาจะออกอาการในช่วง 18-24 เดือน แต่ก็ยังต้องระมัดระวังในกลุ่มอื่นด้วย เพราะที่ผ่านมามีลูกค้าบางรายทำธุรกิจมาเป็น 10 ปีก็เป็นเอ็นพีแอลได้ เพราะไม่รู้จักปรับตัว
สำหรับแนวทางควบคุมเอ็นพีแอล ธนาคารตั้งทีมพิเศษขึ้นมาเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้าเอสเอ็มอีก่อนที่จะถูกจัดชั้น (Early Stage) โดยเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าที่จะโยกไปหาลูกค้าในพื้นที่อื่น เพราะต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่บางรายสนิทกับลูกค้ามากจนกลายเป็นความเกรงใจที่จะพูดคุยเรื่องปัญหา ต้องเปลี่ยนคนเข้าไปดูแล โดยเจ้าหน้าที่จะเป็นเหมือนคลินิกตรวจโรคว่าลูกค้ากำลังจะมีปัญหาหรือไม่
นอกจากนี้ ธนาคารได้มีการจัดชั้นลูกหนี้เป็น 3 กลุ่ม คือ เสี่ยงมาก เสี่ยงปานกลาง เสี่ยงน้อย พร้อมมีมาตรการช่วยเหลือ ทั้งยืดระยะเวลาการพักชำระเงินต้นจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย และให้วงเงินหมุนเวียนซึ่งเตรียมไว้ 3 หมื่นล้านบาท โดยสิ่งที่ต้องระวัง คือ ต้องให้ยาถูกกับโรค เพราะบางคนมีปัญหาระยะสั้น แต่ไปใช้ยาแรง เช่น พักต้นพัก
ดอก ทำให้คนที่มีวินัยกลายเป็นหนี้พอกพูนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธนาคารเริ่มพิจารณาปล่อยสินเชื่อลูกค้าใหม่มากขึ้น โดยจะพยายามผลักดันให้สินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโตราว 7-10% ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายเดิมกำหนดไว้เป็นเลข 2 หลัก เพราะตอนทำแผนธุรกิจเมื่อประมาณไตรมาส 3 ปีที่แล้ว มองว่าเศรษฐกิจปีนี้จะดีขึ้น ปรากฏว่าการฟื้นตัวไม่เป็นอย่างที่คิด ดังนั้น แม้ธนาคารต้องการขยายสินเชื่อ แต่หากปัจจัยไม่สนับสนุนก็จะไม่ฝืนตลาด







