posttoday
คุณสมบัติของ ผู้จัดการกองทุน

คุณสมบัติของ ผู้จัดการกองทุน

01 มิถุนายน 2558

โดย...บุญชัย เกียรติธนาวิทย์

โดย...บุญชัย เกียรติธนาวิทย์

เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนผมได้เขียนในมุมการทำงานของผู้จัดการกองทุน การเลือกสรรหุ้น การติดตามการทำงานของผู้จัดการกองทุน ตลอดจนการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ วันนี้ก็ขอกลับมาพูดใหม่ในประเด็นที่ว่า ถ้าอยากจะเป็นผู้จัดการกองทุนต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง... เพราะมีหลายคนอาจกำลังจะวางแผนอนาคต หรืออยากเปลี่ยนมาทำงานในสายนี้ครับ

ในเบื้องต้นผู้ที่จะทำหน้าที่บริหารกองทุนได้ต้องเป็นผู้จัดการกองทุนเท่านั้น ซึ่งผู้จัดการกองทุนทุกคนต้องมีใบอนุญาตผู้จัดการกองทุน (License) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเรื่องหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ซึ่งการขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตนั้น จะต้องมีคุณสมบัติสำคัญสามส่วนคือ ส่วนของความรู้ ประสบการณ์ และจรรยาบรรณในวิชาชีพ

ในด้านความรู้จะต้องสอบผ่านหลักสูตร Chartered Financial Analyst (CFA) ของ CFA Institute หรือหลักสูตร Certified Investment and Securities Analyst (CISA) ของศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งสถาบันทั้งคู่จะเป็นการสอบความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์และบริหารการลงทุนโดยแบ่งเป็น 3 ระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะเป็นผู้จัดการกองทุนมีความรู้ความสามารถที่เป็นมาตรฐานยอมรับได้

ส่วนในด้านประสบการณ์ทำงานก็มีข้อกำหนดไว้ว่า ถ้าสอบผ่าน CFA หรือ CISA ในระดับ 1 และ 2 จะต้องมีประสบการณ์ในงานด้านการวิเคราะห์ตลาดการลงทุน การบริหารความเสี่ยง หรือการวิจัยอย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าได้สั่งสมประสบการณ์มามากพอที่จะดูแลเงินของผู้ลงทุน ส่วนถ้าสอบ CFA หรือ CISA ผ่านทั้ง 3 ระดับ ไม่ต้องมีประสบการณ์ก็ได้ครับแต่ไม่ว่าจะสอบผ่าน CFA หรือ CISA ในระดับไหน หรือมีประสบการณ์ในงานด้านนี้มากี่ปีก็ตาม ทุกคนจะต้องสอบจรรยาบรรณในวิชาชีพ ซึ่งจัดสอบโดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุนให้ผ่านเหมือนกันหมดครับ แสดงให้เห็นว่าเรื่องจรรยาบรรณเป็นเรื่องสำคัญที่คนจะเป็นผู้จัดการกองทุนทุกคนต้องมีและเมื่อคุณสมบัติพร้อม...การขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน ก.ล.ต.นี้ไม่ยากเลยครับ แต่ก่อนเคยใช้เวลา 30 วัน ปัจจุบันเหลือเพียง 5 วันทำการเท่านั้น (หากส่งเอกสารครบ)

แม้ว่าการมีใบอนุญาตเป็นคุณสมบัติของผู้จัดการกองทุนที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและหนึ่งในเงื่อนไขนั้นมีเรื่องของการสอบจรรยาบรรณอยู่ด้วยก็ตาม แต่การที่ บลจ.จะเลือกใครสักคนมาเป็นผู้จัดการกองทุนเก็คงไม่ได้ดูแค่นั้นนะครับ กว่าที่เราจะตัดสินใจรับผู้จัดการกองทุนสักคนมาดูแลเงินของกองทุนหรือลูกค้าก็ต้องดูทั้งแนวคิด นิสัยใจคอ ความสามารถตลอดจนวุฒิภาวะ ซึ่งบางทีก็อาจใช้เวลาสัมภาษณ์พูดคุยรวมทั้งเลือกผู้สนใจสมัครมากกว่าการขึ้นทะเบียนใบอนุญาตผู้จัดการกองทุนเสียอีกครับ

เมื่อแต่ละ บลจ.มีผู้จัดการกองทุน ซึ่งย่อมมีมากกว่าหนึ่งคน สิ่งที่ต้องพิจารณากันต่อก็คือ บลจ. จะบริหารผู้จัดการกองทุนเหล่านั้นกันอย่างไร จะเป็นลักษณะตั้งเป็นคณะกรรมการพิจารณาการลงทุน หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า IC : Investment Committee เพื่อคอยติดตามการทำงานของผู้จัดการกองทุน ให้นโยบาย ให้แนวทางการลงทุน กำหนดกรอบการลงทุน หรือมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน หรือที่เรียก CIO : Chief Investment Officer ซึ่งในความหมายก็คือหัวหน้าผู้จัดการกองทุนทั้งหลายนั่นเอง อีกชั้นหนึ่ง หรือมีทั้ง IC และ CIO ด้วยก็ได้

บลจ.หลายแห่ง CIO ก็เป็นผู้จัดการกองทุนเองด้วย คือ บริหารกองทุนใดกองทุนหนึ่งหรือหลายกองทุน บาง บลจ. CIO ก็ไม่ได้บริหารกองทุนใดเฉพาะ แต่บริหารในภาพรวมของทุกๆ กองทุน รูปแบบการจัดการ จึงมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละ บลจ.

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม ผู้จัดการกองทุน และ CIO ก็ต้องมีใบอนุญาตจัดการลงทุน หากไม่มีเพราะไม่ได้อยู่ในธุรกิจจัดการกองทุนมาก่อน ก็ต้องไปทำให้มีก่อนที่จะมาทำหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งผมได้เรียนในตอนต้นแล้วว่า ถ้าสมบัติครบ การขอขึ้นทะเบียนก็ไม่ได้ใช้ระยะเวลานานมากนัก

จากประสบการณ์ของผมในธุรกิจจัดการลงทุนมากว่า 23 ปี งานของผู้จัดการกองทุนเป็นงานที่ท้าทายมาก เป็นงานที่ยากและต้องใช้ทั้งความรู้ความสามารถ ต้องตื่นตัว ต้องมีความรับผิดชอบสูงรวมทั้งต้องมีวุฒิภาวะที่หนักแน่นและมีจรรยาบรรณ

และ บลจ.ทุกแห่ง ก็ต้องมุ่งค้นหา หรือสร้างสรรค์ ให้ได้บุคลากรที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุน ซึ่งมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนทั้งในทางกฎหมายและด้านคุณภาพรวมทั้งรักษาผู้จัดการกองทุนเหล่านั้นให้อยู่กับองค์กรให้นานที่สุดครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ