
บอร์ดบีโอไออนุมัติอุตฯส่งเสริมพลาสติกชีวภาพ
บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพโดยการลดต้นทุนค่าไฟ มอบพลังงานพิจารณาส่วนลดก่อนประกาศมิ.ย.
บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพโดยการลดต้นทุนค่าไฟ มอบพลังงานพิจารณาส่วนลดก่อนประกาศมิ.ย.
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้อนุมัติมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปีอยู่แล้ว เพื่อเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนี้
สำหรับมาตรการเพิ่มเติมเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานพิจารณาลดค่าไฟและก๊าซธรรมชาติให้แก่ผู้ประกอบการ และมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมคือให้บีโอไอลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบที่นำมาผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 90% เป็นเวลา 3 ปี หรือจนกว่าจะมีผู้ผลิตวัตถุดิบในประเทศ ซึ่งหากมีการลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพมากขึ้นจะส่งผลดีต่อพืชเกษตร ได้แก่ อ้อยน้ำตาล มันสำปะหลัง
ทั้งนี้ ปัจจุบันความต้องการพลาสติกชีวภาพในตลาดโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่า 50% ต่อปี และคาดว่าภายใน 4-5 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้จะยิ่งสูงขึ้นมาก เนื่องจากต่างประเทศและผู้บริโภคให้การยอมรับและเลือกใช้พลาสติกชีวภาพเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
“รมว.พลังงาน รับไปพิจารณาว่าจะมีการลดราคาไฟฟ้าลงไปเท่าไหร่ แต่หลักการคือจะไม่ลดจนเป็นภาระกับรัฐเช่นคิดในราคาต้นทุนไม่รวมค่าขนส่ง แต่คงจะไปลดลงไปจนเท่ากับที่ทางมาเลเซียซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ลดให้แก่ผู้ประกอบการ เพราะเราเองมีข้อได้เปรียบได้วัตถุดิบอยู่แล้ว โดยปัจจุบันต้นทุนค่าไฟฟ้าคิดเป็น 15% ของต้นทุนรวม ซึ่งหากเราลดตรงนี้ให้ผู้ประกอบการได้ก็จะเพิ่มความสามารถการแข่งขันได้” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีสำหรับการลงทุนเพราะปรากฎว่ายอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนที่เข้ามาตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 22 พ.ค. 2558 เข้ามา 463 โครงการจากเดิมที่คาดว่าจะมีเข้ามาราว 200 กว่าโครงการ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ ที่เริ่มไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายไม่ได้กระทบต่อการตัดสินใจลงทุน โดยนักลงทุนยังความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ในในยอดขอรับส่งเสริมเข้ามานี้ก็ยังเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่เป็นอุตสาหกรรมที่เน้นการวิจัยและพัฒนา และเทคโนโลยีสูงถึง 144 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 20,000 ล้านบาท
นางหิรัญญา สุจินัย รักษาราชการแทนเลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า ยังคงเป้าหมายการขอรับส่งเสริมการลงทุนปีนี้ไว้ที่ 3.5 แสนล้านบาท แม้ ณ สิ้นเดือนเม.ย. จะมีการขอรับส่งเสริมเข้ามา 3.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเชื่อว่าสถานการณ์การลงทุนในระยะต่อไปจะยังไปรับตัวดีขึ้น และช่วงครึ่งหลังของปีอาจจะมีโครงการขนาดเข้าเข้ามาขอรับส่งเสริมฯ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่มองว่าแนวโน้มการลงทุนจะยังดีอยู่นั้นส่วนหนึ่งมาจากที่มีนักลงทุนได้ยื่นขอรับส่งเสริมฯ เพื่อตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ) และบริษัทการค้าระหว่างประเทศ (ITC) แล้ว 17 ราย ซึ่งเมื่อกิจการเหล่านี้ที่เป็นธุรกิจด้านการค้าเปิดดำเนินการระยะต่อไปจะมีการลงทุนเพื่อการผลิตตามมา และคาดว่ามีการลงทุนที่เกิดจากการที่บีโอไอได้เร่งอนุมัติส่งเสริมฯ กิจการที่ได้ยื่นขอมาจำนวนมากในปีที่ผ่านมา โดย ณ สิ้นเม.ย. มีการอนุมัติไปแล้ว 3.25 แสนล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะมีการอนุมัติกว่า 1.7 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ การประชุมบอร์ดบีโอไอ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2558 บอร์ดบีโอไอได้ อนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการ จำนวน 8 โครงการ เงินลงทุนทั้งสิ้นรวม 27,838.4 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัทสปริงคิทเช่น จำกัด เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,108 ล้านบาท บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,272.1 ล้านบาท
บริษัท เอ็นจีเค เซรามิกส์ ไทยแลนด์ จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เงินลงทุนทั้งสิ้น 10,700 ล้านบาท บริษัท ไทยโคโคคุ รับเบอร์ จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิต ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยางสังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,298.3 ล้านบาท บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตกระดาษคราฟท์ และไฟฟ้าจากถ่านหิน เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,830 ล้านบาท
ส่วนโครงการที่ 6 และ 7 บริษัท บ้านโป่ง ยูทิลิตี้ จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและไอน้ำ เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดราชบุรี และโครงการที่ 8 บริษัท คลองหลวง ยูทิลิตี้ จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและไอน้ำ เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,630 ล้านบาท







