
5วิธีง่ายสุดๆ สำหรับมือใหม่หัดลงทุน
วันนี้เรามาดูโครงการดีๆจากรัฐบาลไทยเพื่อเป็นการสนับสนุนการเก็บออมเงินของเรากันดีกว่าครับ
วันนี้เรามาดูโครงการดีๆจากรัฐบาลไทยเพื่อเป็นการสนับสนุนการเก็บออมเงินของเรากันดีกว่าครับ
ทางรัฐบาลไทยได้จัดนโยบายที่ช่วยลดภาระด้านภาษีสำหรับผู้ที่มีรายได้ เพียงแค่ท่านทั้งหลายลงทุนในกองทุนระยะยาว ได้แก่ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Funds – RMF)และ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Funds – LTF)ดังนั้นใครก็ตามที่มีความสามารถ และความต้องการในการเก็บออมเงิน ก็สามารถใช้สิทธิ์ส่วนนี้ได้อย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และครอบครัวนะครับ
การลงทุนระยะยาวนั้นสามารถช่วยสร้างเสถียรภาพด้านการตลาด และเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ครับ สาเหตุนี้เอง ทางรัฐบาลไทยจึงให้ความสนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษีหลายอย่างเพื่อผู้ที่ลงทุน เพื่อเป็นการจูงใจให้มีคนเข้ามาลงทุนกันเยอะๆ นั่นเองครับ
อะไรคือRMFและLTF?
กองทุนRMFและ กองทุนLTFเป็นกองทุนที่ช่วยสนับสนุนการลงทุนระยะยาว แต่การลงทุนทั้งสองแบบมีรายละเอียดการลงทุน และ จุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ครับ
RMF (Retirement Mutual Funds –กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ)
มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการสร้างวินัยในการออมเงินระยะยาว โดยสนับสนุนให้ผู้คนมีรายได้แม้หลังเกษียณ และไม่ได้ทำงานมีเงินเดือนประจำนั่นเองครับ โดยเป็นกองทุนที่สามารถซื้อได้สูงสุดที่15%ของรายได้ แต่ต้องไม่เกิน500,000บาทเมื่อนำยอดเงินมารวมกับจำนวนเงินสมทบ กับกองทุนบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันบำนาญแล้วครับ
LTF (Long-Term Equity Funds –กองทุนรวมหุ้นระยะยาว)
เป็นกองทุนที่เกิดจากแนวคิดของรัฐบาลที่ต้องการสร้างวินัยในการลงทุนระยะยาวให้แก่คนไทยทั้งประเทศ เพื่อให้เราทุกคนสามารถนำเงินมาลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ต่อยอดได้นั่นเองครับ โดยกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือLTFได้ทำการจดทะเบียนหุ้นตลาดรอง เช่นSETและMAIเพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพของตลาดทุนไทย โดยสามารถซื้อได้สูงสุด15%ของรายได้ โดยจะต้องไม่เกิน500,000บาทครับ
มือใหม่ ฟังทางนี้ อยากลงทุนต้องทำยังไงบ้าง?
1.ประเมินก่อน
ขั้นตอนแรก คือ การประเมินเงินที่อยากใช้ในการลงทุน และรวบรวมสัดส่วนการลงทุนเพื่อนำไปประเมินความเสี่ยงหากคุณต้องการลงทุนว่ามีการกระจายความเสี่ยงมากพอหรือยัง เหมาะสมกับอายุของคุณ และความต้องการใช้เงินในอนาคตหรือไม่ ถ้าคุณลองประเมินแล้วคิดว่ารับความเสี่ยงได้อีกก็สามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนได้อีกครับ
การประเมินขั้นตอนต่อไป คือ การประเมินว่านโยบายของกองทุนRMF/LTFที่เราต้องการลงทุนนั้นตรงกับวัตถุประสงค์ของคุณหรือไม่ ถ้าเห็นว่ามีความเสี่ยงสูงก็อาจจะหันไปลงทุนในกองทุนความเสี่ยงต่ำแทน เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล ก็ได้ครับ
สุดท้าย คือการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนที่เราต้องการลงทุนครับ ส่วนรายละเอียดของสิ่งที่ต้องศึกษาก็ได้แก่ นโยบายการลงทุน สินทรัพย์ที่กองทุนจะนำไปลงทุน ผลการดำเนินงาน ประวัติการจ่ายเงินปันผล ความเสี่ยง การจัดลำดับของกองทุน โดยสามารถค้นหาได้จากMorningStar-DirectหรือFund Fact Sheetครับ
2.วางแผนให้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
การวางแผนการลงทุน คือ การเลือกประเภทการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเรานั่นเองครับ วิธีการก็คือ ให้เลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงในระดับที่เรายอมรับได้ จากนั้นค่อยดูว่าจะมีเป้าหมายในการลงทุนอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว หรือเป็นการวางแผนลงทุนเพื่อการเกษียณนั่นเองครับ
กองทุนLTFและRMFนั้นมีจุดประสงค์ในการลงทุนที่แตกต่างกัน ดังนั้นต้องดูรายละเอียดให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจนะครับ
3.หมุนเงินให้เป็น
หากคุณเป็นมือใหม่หัดลงทุน ขอแนะนำว่าให้ทยอยซื้อกองทุนทีละน้อย เพื่อที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่านะครับ อาจจะแบ่งเงินรายได้ของเราออกมาตายตัว10%หรือ15%ไม่เกินนี้ (ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ หรือเป็นพนักงานเงินเดือนก็ตาม) วิธีนี้ไม่ว่าคุณจะมีรายได้มาก หรือน้อยก็สามารถเจียดเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนได้ง่ายๆครับ จะได้ไม่ต้องมาห่วงลงทุนเยอะไปเดือนนี้ กระเป๋าฉีกก่อนสิ้นเดือน ลำบากอีก แบบนั้นก็จะเป็นการวางแผนที่ผิดๆ นะครับ
การลงทุนกับLTF/RMFเป็นการลงทุนแบบลงทุนไปแล้วสบายใจ ระยะยาว ไม่ผันผวน ควรเลือกกองทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวที่ดี เพราะเราต้องถือครองไปจนกว่าจะครบระยะเวลา5ปี ผู้จัดการกองทุนรวมธรรมดาจะมีวิธีการเลือกหุ้นที่ดูผลประโยชน์ไป3-5ปีข้างหน้า ต้องมีเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark)ที่เหมาะสม
ตลาดหุ้นมีขึ้นมีลงตามสภาวะเศรษฐกิจ การไหลเวียนของเงินทุน ผลดำเนินงาน แต่ละปัจจัยนั้นยากที่จะคาดการณ์ได้ครับ
วิธีการลงทุนที่มือใหม่นิยมกัน ก็คือการลงทุนในกองทุนLTF/RMFที่เน้นการลงทุนในหุ้นแบบเฉลี่ยต้นทุน คือการวางแผนลงทุนโดยใช้วงเงินเท่าๆกัน สม่ำเสมอ ทุกเดือนๆ นักลงทุนที่มีเวลาในการติดตามข้อมูลข่าวสาร มีเวลานั่งวิเคราะห์จังหวะการซื้อหุ้น ก็อาจจะซื้อหุ้นระยะสั้นแทนได้ ส่วนนักลงทุนที่ต้องการซื้อRMFที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ รับความเสี่ยงต่ำได้ สามารถซื้อได้ตั้งแต่ต้นปีเลย เพราะตราสารหนี้มีความผันผวนต่ำ ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ระยะเวลาที่ถือครองการลงทุนก็มีผลด้วยเช่นกันครับ
4.เงื่อนไข
อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการลงทุนให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ วิธีการลงทุนLTFและRMFที่ดีที่สุด ก็คือการไม่ซื้อเกินกำลัง และ ไม่ขายก่อนถึงเวลา การด่วนตัดสินใจอาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ครับ
5.ติดตามผล
การติดตามผลเป็นสิ่งสำคัญครับ ในเมื่อเราวางแผนแล้วก็ต้องติดตามผลการลงทุนตามแผนอย่างสม่ำเสมอ บันทึกข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย ผลการดำเนินงานของกองทุน ดูว่าผลที่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่ จะต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงการลงทุนหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้ถูกใจเรานั่นเองครับ
โดยรวมแล้ว นักลงทุนที่ต้องการจะลงทุนในRMFก็ควรลงทุนในLTFด้วยเช่นกัน เพราะว่าจะสามารถช่วยลดหย่อนภาษีได้แถมยังเป็นการออมเงินระยะยาว เพื่อช่วยให้เรามีอนาคตที่มั่นคง มีโอกาสสร้างผลตอนแทนที่สามารถนำไปใช้งาน เพื่อต่อยอดสินทรัพย์ที่เรามีได้อีกด้วยครับ
ข้อมูลโดย www.MoneyGuru.co.th







