
ไทย-ญี่ปุ่น
นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่น หรืออาเบะโนมิกส์ เพื่อแก้วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นออกมาลงทุนต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ดึงนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในญี่ปุ่น
นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่น หรืออาเบะโนมิกส์ เพื่อแก้วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นออกมาลงทุนต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ดึงนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในญี่ปุ่น
และไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของญี่ปุ่นในการเข้ามาลงทุน เพราะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งเดิมบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ทั้งกลุ่มรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างลงหลักปักฐานในเมืองไทยมานานแล้ว ปัจจุบันกลุ่มที่ทยอยเข้ามาขยายธุรกิจส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี
มีทั้งกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และร้านอาหาร ซึ่งคนไทยจำนวนมากชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น จนผู้ประกอบการถึงกับประกาศว่าจะขยายธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยให้มีสาขามากที่สุด แทนตลาดสหรัฐอเมริกา
ขณะเดียวกัน ร้านอาหารไทยในญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับความนิยมสูงมาก มีอัตราการเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 20% ปัจจุบันมีสาขาอยู่ประมาณ 1,800 แห่งทั่วญี่ปุ่น ซึ่งการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารจะส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องเทศ อาหารแปรรูป สินค้าเกษตรแปรรูป เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า โอกาสที่จะเกิดการขยายธุรกิจระหว่าง 2 ประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามลำดับ ขณะที่สินค้าไทยหลายประเภทมีโอกาสที่จะขยายธุรกิจในญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน เพราะชาวญี่ปุ่นชื่นชอบนวัตกรรมการผลิตแบบไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารแปรรูป งานฝีมือ รวมถึงของชำร่วยต่างๆ ซึ่งไทยอาจจะมีฝีมือและประณีตกว่าผู้ผลิตจีน
ยิ่งในด้านงานบริการ ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยกย่องในเรื่องการบริการ และตลาดบริการในญี่ปุ่นมีโอกาสสูงมาก เพราะญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุจำนวนมาก ดังนั้น ก็เป็นโอกาสในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม
หากมองในแง่โอกาสขณะนี้ ไทยมีโอกาสมากในการขยายธุรกิจออกสู่ตลาดต่างประเทศ ยิ่งหากได้รับการยอมรับจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอย่างมาก จึงเป็นจังหวะดีที่ผู้ประกอบการจะมุ่งพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ เพื่อเจาะตลาดญี่ปุ่นอย่างจริงจัง รวมทั้งต่อยอดความร่วมมือเพื่อขยายตลาดประเทศอื่นต่อไป โอกาสใหม่ๆ รออยู่เสมอ







