
อีโคซูม เตาไฟสุดกรีน ลดมลภาวะ-ตอบโจทย์สังคม
แม้ผู้คนส่วนใหญ่บนโลกจะมีเตาแก๊สไว้ใช้ในการปรุงอาหารแล้วก็ตาม แต่อีกหลายคนไม่น้อยบนโลกใบนี้ที่ยังไม่มีเตาที่สะอาดและมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการปรุงอาหาร
แม้ผู้คนส่วนใหญ่บนโลกจะมีเตาแก๊สไว้ใช้ในการปรุงอาหารแล้วก็ตาม แต่อีกหลายคนไม่น้อยบนโลกใบนี้ที่ยังไม่มีเตาที่สะอาดและมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการปรุงอาหาร
นอกจากนี้ การใช้เตาด้อยมาตรฐานยังส่งผลให้ผู้คนหลายล้านคน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจากควันไฟ และตกอยู่ในความเสี่ยงจากภัยไฟไหม้มากกว่าปกติ
ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงทำให้ ฟิล เฟอร์แรนโต ตัดสินใจสร้างสรรค์ "อีโคซูม" ธุรกิจที่เตาฟืนที่จะทำให้การปรุงอาหารของทุกครัวเรือนในโลกกำลังพัฒนาเป็นไปอย่างมีคุณภาพ
ทั้งนี้ ธุรกิจของอีโคซูมเริ่มต้นขึ้นในปี 2011 โดยมีสินค้าหลักเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นก็คือเตาฟืน
ความแตกต่างของเตาฟืนของอีโคซูมกับเตาฟืนอื่นๆ ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด อยู่ตรงที่ เตาของอีโคซูมได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้สามารถทำอาหารได้อย่างสะอาดปราศจากมลพิษ และใช้ฟืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยิ่งไปกว่านั้น เตาของอีโคซูมยังเป็นเตาที่ประหยัดกว่าเตาแบบเปิดซึ่งใช้กันอยู่ทั่วไปตามปกติมาก อีกทั้งยังช่วยลดควันที่ออกจากเตาอันเป็นสาเหตุของไฟไหม้และอุบัติเหตุต่างๆ อีกด้วย
ขณะเดียวกัน เตาของอีโคซูมใช้ได้กับกระทะแบบแบนและกระทะแบบกลม โดยสามารถถ่ายทอดอุณหภูมิได้เท่ากันอย่างไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ ตัวเตายังมีประตูอีก 2 บาน โดยบานแรกไว้ใส่ฟืนสำหรับเป็นเชื้อเพลิง และบานที่สองไว้สำหรับควบคุมลม ซึ่งเหมือนตัวควบคุมความร้อนของเตา และแน่นอนว่าสามารถใช้วัสดุอะไรมาเป็นเชื้อเพลิงก็ได้ทั้งฟืนหรือแม้แต่เศษไม้ ไบโอแมส ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แถมยังสามารถให้ความร้อนได้เท่ากันอีกด้วย
"ทุกวันนี้คนในโลกกำลังพัฒนายังคงใช้เตาไฟแบบโบราณกันเยอะมาก แล้วเนื่องด้วยปัญหาด้านความขาดแคลนโครงสร้างการคมนาคมที่ดี ทำให้การเข้าถึงเตาแก๊สเป็นเรื่องยากมาก ผมจึงพยายามหาทางที่จะให้พวกเขาได้ใช้เตาฟืนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด" เฟอร์แรนโต กล่าว
ตามรายงานของ องค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ประชากรกว่า 40% บนโลกยังใช้เตาแบบโบราณ และใช้เชื้อเพลิงจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ใกล้ๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศแล้ว ยังทำให้อัตราการเสียชีวิตอยู่ในระดับสูง และโรคระบาดแพร่กระจายได้ง่ายอีกด้วย
ดับเบิ้ลยูทีโอยังประเมินไว้ด้วยว่า มีคนกว่า 4 ล้านคนเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพซึ่งเกี่ยวกับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ จากการใช้ไม้ ขี้เลื่อย หรือถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง
"เป้าหมายสูงสุดของเราคือ ให้คนที่ต้องการที่สุดเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเรา ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พวกเขาด้วย" เฟอร์แรนโต กล่าว
แม้ธุรกิจแห่งนี้จะเน้นผลิตเตาไฟอย่างเดียว แต่เตาอีโคซูมก็มีให้เลือกหลายแบบในราคาที่ไม่แตกต่างกันมาก โดยสนนราคาอยู่ที่ราว 20-50 เหรียญสหรัฐเท่านั้น (ราว 640-1,600 บาท) แม้อาจจะดูเหมือนแพง แต่บรรดาองค์กรไม่แสวงผลกำไรก็จะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน
ปัจจุบันธุรกิจแห่งนี้ได้ตัดสินใจขยับขยายจากฐานที่พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ไปอยู่ที่กรุงไนโรบีของเคนยาอีกด้วย เพื่อที่จะได้สามารถจ้างคนในท้องถิ่นเป็นผู้ผลิตสินค้าให้คนในพื้นที่ได้ใช้ ตามแบบฉบับของธุรกิจที่เน้นการตอบแทนกำไรสู่สังคมอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้อีโคซูมสามารถขายเตาฟืนได้มากกว่า 2.1 แสนล้านเตา รวมถึงมีแผนที่จะขายเตาประเภทนี้ให้กับคนในโลกพัฒนาแล้วเช่นเดียวกัน ถึงแม้ราคาอาจจะสูงสักหน่อย แต่ก็คุ้มค่าสำหรับการนำติดตัวไปปิกนิกด้วย
ถือเป็นรูปแบบการขายของแบบใหม่ที่สามารถนำสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันมาประดิษฐ์ใหม่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หากเจ้าของธุรกิจรายย่อยท่านใดสามารถนำเอาไปปรับใช้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจไม่น้อยทีเดียว
เคล็ดลับการขายสินค้า
- ขายสินค้าหลักเพียงชิ้นเดียว
- ขายสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่
- ขายสินค้าที่ตอบโจทย์สังคม







