
ประเมินส่งออกไตรมาส2ติดลบ2%
สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือประเมินส่งออกไตรมาส 2 ติดลบ 2% ค้าชายแดนช่วยพยุง
สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือประเมินส่งออกไตรมาส 2 ติดลบ 2% ค้าชายแดนช่วยพยุง
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ภาพรวมในไตรมาส 2 ของปีนี้ มีแนวโน้มติดลบ 2 % เปรียบเทียบกับยอดส่งออกในปีที่แล้ว และจะมีตัวเลขส่งออกที่ดีขึ้นในช่วงปลายปี ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งหามาตรฐานส่งเสริมการส่งออกให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามตัวเลขส่งออกที่คาดว่าจะเห็นอยู่ที่ส่งออกทั้งปีเป็น 3-5 % คงเป็นไปได้ยาก โดยสินค้าที่มีแนวโน้มส่งออกที่ดี เช่น อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่มีแนวโน้มส่งออกค่อยข้างต่ำคือน้ำมันสำเร็จรูป
ในส่วนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดดอกเบี้ยลง ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวอยู่ที่ 34 -35 บาทต่อเหรียญสหรัฐนั้น คาดว่าค่าบาทจะอ่อนตัวแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งช่วยให้การส่งออกดีขึ้นในระดับหนึ่ง เรื่องนี้ผู้ส่งออกถือว่า มาตรการดังกล่าวรับได้
นายนพพร กล่าวว่า ในส่วนการแก้ปัญหาให้กับอุตสาหกรรมประมงของไทยไม่ควรแก้แต่เรื่องปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายหรือ IUU เท่านั้น แต่ควรแก้ปัญหาเรื่องต้นทุนการรับซื้อวัตถุดิบด้วยเช่นกัน เพราะไทยเป็นประเทศที่นำเข้าสัตว์น้ำจำนวนมากเพื่อแปรรูป อีกทั้งยังต้องแก้ไขปัญหาเรื่องระยะเวลาในการจ้างแรงงาน เนื่องจากอุตสาหกรรมประมงไม่สามารถจ่ายเงินเต็มจำนวนค่าแรงขั้นต่ำได้แบบอุตสาหกรรมทั่วไป เนื่องจากการรับวัตถุดิบมาแปรรูปต้องใช้ระยะเวลาจัดหา อีกทั้งในปีหน้าค่าแรงขึ้นต่ำก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องบริหารจัดการในเรื่องนี้ให้ดี เพราะประมงไทยสามารถส่งออกได้เฉลี่ยปีละถึง 2 แสนล้านบาท
ขณะที่การค้าชายแดนและข้ามแดนในเดือนเม.ย.2558 มีมูลค่า 50,143.74 ล้านบาท หดตัว 1.18% และตัวเลขการส่งออกผ่านชายแดนและข้ามแดนในเดือนม.ค.ถึงเม.ย. 25 58 มีมูลค่าเท่ากับ 212,878.98 ล้านบาท หดตัว 1.98% ถือเป็นสัญญาณอันตราย และต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาได้แก่ ปรับปรุงกฎระเบียบด้านศุลกากรที่เกี่ยวกับ Cross Border Agreement (CBTA) และการขนส่งสินค้าผ่านแดน และถ่ายลำให้เอื้อต่อการค้าชายแดน ต้องสนับสนุนให้ทำการค้าโดยตรงเข้าสู่เมืองใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการตั้งศูนย์กระจายสินค้าและ Market Intelligent และต้องสนับสนุนและเจรจาเพื่อให้เกิดการขนส่งข้ามแดนผ่านแดนภายในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง(GMS) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับปัจจัยบวกด้านการส่งออก ได้แก่ เงินบาทอ่อนค่าลง และทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าหลักและคู่แข่งสำคัญ การผลักดันให้หยวนเป็นสกุลเงินสากลสำหรับการค้าและการเงินระหว่างประเทศ แนวโน้มการนำเข้าสินค้ามากขึ้นของประเทศคู่ค้าหลักของไทย
ส่วนปัจจัยลบเช่น สถานการทางเศรษฐกิจในภาพรวมของโลกและประเทศคู่ค้าหลัก, สถานการทางการเมืองและการสู้รบในหลายภูมิภาคทั่วโลก, สถานการณ์ทางการเงินในประเทศกรีซ การสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านแรงงาน และต้นทุนโลจิสติกส์ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ความผันผวนของราคาพลังงาน ปัญหาที่ส่งผลกระทบจากภัยธรรมชาติและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นใหม่เป็นต้น







