
‘ยุทธพล’ ขับเคลื่อนบลจ.ภัทร สู่ ‘สถาบันแห่งการลงทุน’
ในแวดวงตลาดทุนชื่อเสียงของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร โบรกเกอร์ชั้นนำของไทย ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการลงทุน งานวิจัยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ภัทร (ชื่อเดิม บลจ.เกียรตินาคิน) อาจยังใหม่ในอุตสาหกรรมกองทุนรวม
ในแวดวงตลาดทุนชื่อเสียงของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร โบรกเกอร์ชั้นนำของไทย ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการลงทุน งานวิจัยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ภัทร (ชื่อเดิม บลจ.เกียรตินาคิน) อาจยังใหม่ในอุตสาหกรรมกองทุนรวม
บลจ.ภัทร พร้อม “ตอบโจทย์การลงทุน” ให้นักลงทุน หลังทุ่มใช้เวลาปีกว่าปรับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรทุกมิติ ทั้งระบบเครื่องมือบุคลากร พร้อมไปกับบริหารจัดการกองทุนเดิมที่มีอยู่จน“ผลงาน” เริ่มติดตานักลงทุน
“ยุทธพล ลาภละมูล” ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กร ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ กล่าวถึงเป้าหมายและนโยบายในการดำเนินธุรกิจของ บลจ.ภัทร ว่า ต้องการเป็น บลจ.ที่เน้นตอบโจทย์การลงทุนของนักลงทุน โดยจะมุ่งบริหารจัดการกองทุน เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นลำดับแรก มากกว่าเน้นเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) แต่จะบริหารกองทุนที่มีอยู่ให้มีผลงานที่ดี และดูว่าจะสามารถนำเสนออะไรที่เป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนได้แค่ไหน
‘สร้างความพอใจผู้ถือหน่วย’
สืบเนื่องจาก บลจ.ภัทร มีความเชื่อว่า เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนได้ประโยชน์แล้ว ผู้ถือหุ้นก็จะได้รับประโยชน์ตามมา เนื่องจากมองว่าธุรกิจ บลจ.ต่างจากธุรกิจอื่น เช่น ค้าปลีกที่คิดโปรดักต์เพื่อขายให้ได้ แต่ บลจ.ต้องนึกถึงผู้ถือหน่วยลงทุนก่อน
สำหรับรูปแบบการบริหารจัดการและปรัชญาการลงทุนของ บลจ.ภัทร ซึ่งมีความเชื่อในเรื่องปัจจัยพื้นฐาน ทีมวิเคราะห์ กระบวนการลงทุนที่มีประสิทธิภาพรวดเร็ว หวังผลในระยะปานกลางและระยะยาว จึงได้สื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้กับพนักงานทุกคนได้เห็นก้าวที่จะเดินต่อไปข้างหน้าของบริษัท เนื่องจากมองว่าธุรกิจ บลจ.สำคัญอยู่ที่จุดยืน
พร้อมกันนี้ ได้สื่อสารไปยังกลุ่มธนาคารเกียรตินาคิน รวมถึง บล.ภัทร ซึ่งจะนำกองทุนของ บลจ.ภัทร ออกไปเสนอขาย เนื่องจากบริษัทมีการทำงานเป็นทีม
‘ชู SG-AA ตอบโจทย์ทุกสภาวะ’
สำหรับกองทุนรวมของ บลจ.ภัทร ครอบคลุมตั้งแต่ความเสี่ยงน้อยไปถึงเสี่ยงมาก จึงไม่จำเป็นต้องออกกองทุนใหม่จำนวนมาก แต่ดูว่าจะนำเสนออะไรที่เป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนได้จริง
อย่างช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา บลจ.ภัทร ได้นำเสนอกองทุนเปิดภัทร สตราทิจิค แอสเซ็ท อโลเคชั่น (PHATRA SG-AA) ซึ่งเป็นกองทุนผสม เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาผันผวนสูง การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังไม่ชัด การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงสามารถปรับพอร์ตลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ได้ทั้งในและต่างประเทศ จึงมีความยืดหยุ่นได้ดีกว่า
ยุทธพล กล่าวว่า บลจ.ภัทร จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้กองทุนนี้เป็นกองหลักในพอร์ตลงทุน เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ทุกสภาวะตลาด เมื่อมั่นใจว่าจะเศรษฐกิจฟื้นก็เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นได้ โดยกองทุนนี้เป็นกองที่มีอยู่แล้ว แต่เติมจุดแข็งของ บล.ภัทร ในเรื่องงานวิจัย ซึ่งมีเมอร์ริล ลินช์ เป็นพันธมิตร จึงให้ภาพรวมมหภาคและธุรกิจระดับโลกได้ โดยแนะนำจังหวะและสัดส่วนลงทุนในแต่ละประเทศ รวมถึงตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนหุ้นในประเทศ บลจ.ภัทร เลือก ซึ่งนักลงทุนตอบรับดีจนกองทุนมีขนาดเพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านบาท เป็น 1,500 ล้านบาทแล้ว
ขณะเดียวกัน ช่วงปีกว่าสามารถผลักดันให้กองทุนเปิดภัทร หุ้นระยะยาวปันผล (PHATRA LTF) เป็นกอง 5 ดาวของมอร์นิ่งสตาร์ และมีผลงานอยู่ในอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม ส่วนกองทุนเปิดภัทร มันนี่ โพสิทีฟ (PHATRA MP) มีผลตอบแทนติดอันดับหนึ่งมาตลอดปีกว่าจนดึงดูดนักลงทุนสถาบันเข้าลงทุน จนขนาดกองทุนเพิ่มจาก 200 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้กองทุนเปิดภัทร โกลบอล เฮลธ์แคร์ ก็เติบโตจาก 40 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท เป็นต้น
‘ผลงานแถวหน้า-สม่ำเสมอ’
แม้ผลงานจะเริ่มติดตานักลงทุน แต่ “ยุทธพล” บอกว่า เป้าหมายของ บลจ.ภัทร ไม่ต้องการเป็นที่หนึ่งเพื่อให้ได้กล่อง (รางวัล) ในปีใดปีหนึ่ง แต่จะทำให้ดีทุกวัน โดยเฉพาะการสร้างผลงานทุกกองให้อยู่ในกลุ่มหรือควอไทล์ที่ดีและมีความสม่ำเสมอ
“เราไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่งในเวลาใดเวลาหนึ่งตลอดเวลา ถ้าเรานำเสนอความสม่ำเสมอได้ แม้จะเป็นที่สองหรือสาม ผลงานต่อไปอาจเป็นที่หนึ่งในรอบ 5 ปีก็ได้ การสม่ำเสมอของผลตอบแทนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเชื่อว่าเมื่อผลงานดี นักลงทุนจะตามมา” ยุทธพล กล่าว
พร้อมกับมองว่า การเลือกคนมาบริหารจัดการเงินของเราเปรียบได้กับการเลือกหมอมารักษา เพราะไม่มีหมอยืนยันได้ว่าเราจะหาย แต่เราจะเลือกหมอจากประสบการณ์ สิ่งที่ได้ยินมาทำให้เราสบายใจได้แค่ไหน มากกว่ามองว่าแพงหรือถูก ตราบใดที่เราจ่ายได้ก็อยากหาคนที่ไว้วางใจมากที่สุด ซึ่งมองว่าธุรกิจ บลจ.ในอนาคตก็น่าจะเป็นเช่นนี้ สุดท้ายนักลงทุนจะมองผลงานสม่ำเสมอในระยะยาวเป็นตัวเลือก
สำหรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมกองทุนรวมในปัจจุบันมีสูงและยังสูงต่อเนื่อง แต่เป็นเรื่องดี เพราะทำให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนหลากหลายมากขึ้นและแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมก็น่าจะสูงขึ้น เพราะเชื่อว่าผู้ฝากเงินจะค่อยๆ ปรับพฤติกรรมและขยับขยายไปลงทุนมากขึ้น
บลจ.ภัทร จึงให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์มากกว่าการขายเป็นกอง ซึ่งเชื่อว่ายังมีนักลงทุนอีกมากอยากได้ทางเลือกนี้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุนมากๆแต่ได้รับบริการเช่นเดียวกับลูกค้าไฮเน็ตเวิร์กผ่านแพลตฟอร์มและกองทุนรวมที่นำเสนอ เช่น กองทุน SG-AA เป็นต้น
ชื่อ บลจ.ภัทร อาจใหม่ในอุตสาหกรรม แต่ทีมงานมีประสบการณ์มาหลายสิบปี โดยเฉพาะ “ยุทธพล” อยู่ในวงการนี้มา 20 ปี เริ่มจากการเป็นนักวิเคราะห์การลงทุนใน บลจ.นครธน ชโรเดอร์ และขยับเป็นหัวหน้าฝ่ายการลงทุน-ตราสารทุน บลจ.อเบอร์ดีน ผู้จัดการกองทุน บลจ.กสิกรไทย รวมทั้งเป็นรองประธานฝ่ายลงทุน บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ (AIA) ที่ต้องบริหารพอร์ตหุ้นขนาด 2-3 หมื่นล้านบาท และเติบโตเป็น 6-7 หมื่นล้านบาท ในเวลาเกือบ 8 ปีที่เขาดูแล และล่าสุดดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร
ปัจจุบัน บลจ.ภัทร มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนรวมและกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 3.1-3.2 หมื่นล้านบาท กองทุนส่วนบุคคล 3,400 ล้านบาท
‘เป้าสถาบันแห่งการลงทุน’
ยุทธพล กล่าวว่า ตลอดการทำงานที่ผ่านมาคลุกคลีกับนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ จึงเห็นวิธีการทำงาน ทำให้เชื่อมั่นในกระบวนการลงทุนของสถาบันเรื่องของวินัย การให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน และมองภาพระยะยาว โดยไม่พยายามเก็งกำไรหรือเอาชนะในระยะสั้น จึงเชื่อว่าการลงทุนในระยะยาวน่าจะมีผลตอบแทนที่ดี
“เป้าหมายของผมจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง บลจ.ภัทร เป็นสถาบันแห่งการลงทุน เพื่อนักลงทุนจริงๆ โดยคำนึงถึงผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นลำดับแรก ทำให้บริษัทและลูกค้าเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยใช้ความรู้ความสามารถสร้างขึ้นมา” ยุทธพล กล่าว







