posttoday
อัลคาเทล คัมแบ็ก ชิงส่วนแบ่งปีแรก 3%

อัลคาเทล คัมแบ็ก ชิงส่วนแบ่งปีแรก 3%

28 พฤษภาคม 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่มีการคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีจำนวนสมาร์ทโฟนรวมกว่า 18 ล้านเครื่อง ซึ่งสินค้าในระดับราคากลางคือ 5,000-1 หมื่นบาท ถือว่าเป็นกลุ่มที่หอมหวน เพราะแม้แต่แบรนด์อัลคาเทล วันทัช ที่หายไปจากตลาดสมาร์ทโฟนก็ยังต้องกลับมาอีกครั้ง เพื่อสร้างส่วนแบ่งตลาดอย่างน้อย 3%

กมล โคตรภูชัย ผู้อำนวยการบริหาร ประจำประเทศไทย บริษัท อัลคาเทล วันทัช กล่าวว่า หลังจากมีการปรับเปลี่ยนเรื่องของโครงสร้างบริษัท ทำให้หายจากตลาดสมาร์ทโฟนไทยกว่า 7 ปี และเริ่มส่งสินค้ากลับเข้ามาวางขายอีกครั้งในตลาดกลุ่มโอเปอเรเตอร์และรีเทลเมื่อปีที่ผ่านมา เพราะมองเห็นโอกาสและความต้องการเรื่องสินค้าของผู้บริโภคอีกมาก ซึ่งภาพรวมเป็นไปในทิศทางที่ดี

“ภาพรวมตลาดการขายสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์โฟนทั่วโลกของอัลคาเทลในปีที่ผ่านมา บริษัททำได้ถึง 75 ล้านเครื่อง มีอัตราการเติบโตถึง 33% ซึ่งในไทยเราตั้งเป้าส่วนแบ่งไว้ที่ 3% เพราะเราอยู่ในจุดที่ต้องเริ่มต้นใหม่ แม้ว่าแบรนด์ของเราจะเป็นที่รู้จักจากฐานลูกค้าเดิม แต่ยังมีลูกค้าอีกมากที่ต้องการความเชื่อมั่นในแบรนด์ในภาวะที่การแข่งขันสูง” กมล กล่าว

เมื่อปีที่ผ่านมา รูปแบบของ อัลคาเทลจะเน้นการวางสินค้า ในกลุ่มร้านค้าปลีกไอทีชื่อดัง อย่าง แอดไวซ์ เจมาร์ท และซีเอสซี รวมทั้งการเข้าไปวางขายในร้านค้าของกลุ่มโอเปอเรเตอร์ ซึ่งมียอดขายที่ดีมาก จนมาถึงในปีนี้มองว่าต้องรุกตลาดเองอย่างเต็มตัวเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการวางขายรุ่น แฟลช พลัส ในช่องทางออนไลน์ของลาซาด้า เพราะมีฐานลูกค้าออนไลน์ที่แข็งแกร่ง

“การเลือกลาซาด้านั้น มาจากการร่วมมือกันของทางสำนักงานใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ที่ประเทศฟิลิปปินส์ขายได้หมดใน 7 นาที อินโดนีเซียก็ขายได้อย่างน้อย 3 เครื่อง/วินาที ซึ่งเชื่อมั่นว่าในไทยก็จะประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน โดยราคาเครื่องในระดับไม่เกิน 5,000 บาท ถือว่าเป็นระดับที่ตลาดรับได้ แม้จะไม่ได้สัมผัสหรือเห็นเครื่องจริงก่อนก็ตาม เพราะเทรนด์ของสินค้าระดับนี้ ในตลาดรวมราคาระดับ 4,000-6,000 บาท มีสัดส่วนอยู่ที่ 30%” กมล กล่าว

ทางด้าน โยกิ บาเบรีย ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อัลคาเทล วันทัช กล่าวเสริมว่า การเลือกรุ่นที่มาวางขายในไทยนั้น จะดูจากพฤติกรรมการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าคนไทยนิยมเล่นโซเชียล มีเดียและถ่ายภาพเซลฟี่ จึงเชื่อว่ารุ่นที่นำเข้ามาวางขายในตลาดออนไลน์นี้จะตรงใจผู้บริโภค

“ฟีเจอร์ของเครื่องจะเน้น ที่การถ่ายภาพในขณะแสงน้อยและปรับภาพได้อัตโนมัติ เพื่อให้ลูกค้าที่นิยมการถ่ายภาพและแชร์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยขนาดหน้าจอและความจุแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ต่อเนื่องเต็มวัน คาดว่าจะตอบสนองลูกค้าได้เป็นอย่างดีแน่นอน ซึ่งจากราคาขาย 4,690 บาท พร้อมทั้งแพ็กเกจค่าโทรร่วมกับโอเปอเรเตอร์จะยิ่งเพิ่มความคุ้มค่าในการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้อีกต่อหนึ่ง” โยกิ กล่าวสรุป

ทางด้านของ ริคคาร์โด บาซีลเล่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า กล่าวว่า ลาซาด้ายังคงสนับสนุนการร่วมมือกับแบรนด์มือถือทุกราย เพราะมองว่าการซื้อขายแบบอีคอมเมิร์ซจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี อีกทั้งยังได้รับความนิยมในกลุ่มเอเชียอย่างมาก

“สินค้าในกลุ่มไอที ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก และเชื่อมั่นว่าจะยังตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มอีคอมเมิร์ซได้อย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการช็อปออนไลน์ของลูกค้าที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” ริคคาร์โด กล่าว

ทั้งนี้ กมล ยังกล่าวเสริมอีกว่า บริษัทจะทำตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยทุ่มงบกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาท ในการสื่อสารกับลูกค้า

“ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เราจะเน้นการทำตลาดแบบเน้นกิจกรรมที่จะเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเรามีจุดวางขายสินค้าขนาดย่อมในร้านค้าปลีกไอทีอย่าง เจมาร์ท เพาเวอร์บาย และซีเอสซี เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาทำความรู้จักสินค้าจะสามารถเชื่อมั่นแบรนด์ได้มากขึ้น ส่วนการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เอง มองว่ายังไม่ถนัด จึงอาศัยการทำตลาดร่วมพาร์ตเนอร์จะดีกว่า โดยจะมีรูปแบบการทำตลาดที่แตกต่างกัน อย่างช่องทางออนไลน์จะเป็นการขายแบบไตรมาสละ 1 รุ่น โดยในปีนี้จะมีอีก 1-2 รุ่น ที่วางขายเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น” กมล กล่าว

ต้องติดตามว่า อัลคาเทลจะ สามารถกลับมาฟื้นแบรนด์เจาะตลาดสมาร์ทโฟนเพื่อไต่ขึ้นท็อปเทนได้ตามเป้าอย่างไร ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่รุนแรง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ