posttoday
เร่งเครื่อง 3 เรื่องหลัก หนุนไทยผงาดในอาเซียน

เร่งเครื่อง 3 เรื่องหลัก หนุนไทยผงาดในอาเซียน

28 พฤษภาคม 2558

อีกไม่นานการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ กลุ่มที่ตื่นตัวและมีความพร้อมมากที่สุด คงจะเป็นภาคเอกชนที่เดินหน้าค้าขาย ลงทุนในอาเซียนไปก่อนแล้ว แต่สำหรับภาพรวมประเทศไทยยังถือว่าเดินตามหลังหลายประเทศ และต้องเร่งพัฒนาตัวเองให้ก้าวทันให้ได้

อีกไม่นานการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ กลุ่มที่ตื่นตัวและมีความพร้อมมากที่สุด คงจะเป็นภาคเอกชนที่เดินหน้าค้าขาย ลงทุนในอาเซียนไปก่อนแล้ว แต่สำหรับภาพรวมประเทศไทยยังถือว่าเดินตามหลังหลายประเทศ และต้องเร่งพัฒนาตัวเองให้ก้าวทันให้ได้

สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องทิศทางเศรษฐกิจเออีซี ภายในงานประชุมของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ไอโอดี) ว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 จะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะออกไปขยายการค้า การลงทุนในอาเซียน แต่เมื่อมีโอกาสมากก็มีการแข่งขันมากเช่นเดียวกัน

หากพิจารณาจากขนาดเศรษฐกิจ ไทยมีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค  อีกทั้งยังเป็นเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายมากที่สุด การผลิตสินค้าทุกประเภทมีอยู่ในประเทศไทย ทั้งอาหาร ยานยนต์ ธุรกิจบริการ ธุรกิจด้านการแพทย์ โลจิสติกส์ รวมถึงการค้ามนุษย์ก็อยู่ในเมืองไทย

เมื่อเศรษฐกิจมีความหลากหลายสูง ไทยจึงควรจะเป็นแหล่งรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มากที่สุดในอาเซียน แต่ในความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น การลงทุนเอฟดีไอที่เข้าสู่อาเซียน หรือประมาณ 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในประเทศสิงคโปร์ ที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 5 ของอาเซียน เนื่องจากการลงทุนในสิงคโปร์การันตีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ง่ายต่อการทำธุรกิจ และไม่มีคอร์รัปชั่น

ขณะที่ประเทศไทยกลับถูกจัดอันดับเกี่ยวกับการเอื้อต่อการทำธุรกิจต่างๆ ตกลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากความไม่ต่อเนื่องทางการเมืองและการดำเนินนโยบายที่เป็นจุดบอดของเศรษฐกิจไทย กระบวนการสรรหาคนที่จะมาเป็นผู้นำ เพื่อไปนำเสนอประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นปากเสียงของประเทศต่อเวทีระดับโลก ยังไม่สามารถหาคนที่ทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างเหมาะสม เพราะการบริหารจัดการในประเทศเน้นระบบอุปถัมภ์ ทำให้ระบบการทำงานที่เคยมีประสิทธิภาพถูกกัดกร่อน และได้คนที่ไม่เหมาะสมกับหน้าที่มาทำงาน

“ไทยต้องก้าวข้ามคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะในอาเซียนจะไม่ยอมรับคนไม่มีความรู้ ไม่มีประสิทธิภาพ หรือเก่งแบบครึ่งๆ กลางๆ มาทำงาน ประเทศไทยมีดีมากมาย มีความได้เปรียบหลายอย่าง แต่กลับไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่นรับรู้ได้” สุรินทร์ ย้ำ

ทั้งนี้ การพัฒนาประเทศต้องมุ่งเน้นใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่จะต้องมีการลงทุนในเรื่องดังกล่าวมากกว่านี้

2.ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีความพร้อมออกไปทำการค้าในต่างประเทศ หรือการค้าชายแดน  โดยรัฐบาลต้องสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และจัดตั้ง
หน่วยงานที่ทำหน้าที่ชัดเจนมาดูแลเอสเอ็มอี

3.ปรับเปลี่ยนแนวความคิด เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป อย่าคิดว่าจะทำแบบเดิม และอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมต่อไป โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยที่ยังไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป และไทยยังมีเวลาปรับตัว เพราะหลังการรวมประชาคมในปีนี้แล้ว ก็ยังมีประเด็นต่างๆ ที่ชาติสมาชิกต้องทำงานร่วมกันต่อไปอีก  การพัฒนาต้องทำอย่างจริงจังในทุกภาคส่วน ทั้งราชการ เอกชน ประชาชน ต้องมีความเร็วในการก้าวไปข้างหน้า เพราะอาเซียนเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่เรื่องของนักการทูต ผู้นำ หรือข้าราชการเท่านั้น

“การพัฒนาที่สำคัญ คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คนต้องพร้อมที่จะออกไปเผชิญหน้าในตลาด เดินทางไปทั่วอาเซียน หากไม่พร้อมคนอื่นก็จะเข้ามา” อดีตเลขาธิการอาเซียน ระบุ

นอกจากการพัฒนาภายในประเทศแล้ว อาเซียนยังจำเป็นต้องสนับสนุนการค้าระหว่างกันภายในภูมิภาค  ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 25% เท่านั้น ขณะที่การรวมตัวทางเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) มีการค้าระหว่างกันสูงถึง 70% และในเขตอเมริกาเหนือ (นาฟตา) มีการค้าระหว่างกัน 60% อาเซียนจึงต้องเพิ่มการค้าระหว่างกันเพื่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ