posttoday
มิชชั่น ‘พล.อ.อ.ประจิน’ มอบญี่ปุ่นลุยรถไฟ2สาย

มิชชั่น ‘พล.อ.อ.ประจิน’ มอบญี่ปุ่นลุยรถไฟ2สาย

27 พฤษภาคม 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2558 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมไทยกับกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT)

โดยมอบหมายให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เดินทางไปลงนามที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 27-28 พ.ค.นี้

สาระของความร่วมมือที่ผู้แทนรัฐบาลไทยจะไปลงนาม ประกอบด้วย การพัฒนารถไฟ 2 เส้นทาง ที่ถือเป็นเค้กก้อนโตที่จะเกิดการลงทุนและพัฒนาต่อเนื่องในระยะยาว จนเกิดการล็อบบี้จากรัฐบาลจีนและรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างหนักหน่วงในระยะที่ผ่านมา

1.โครงการรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ (745 กม.) วงเงินลงทุนกว่า 387,821 ล้านบาท นั้น ครม.มีมติเห็นชอบให้ไปเจรจาและลงนามว่าจะใช้เทคโนโลยีและประสบการณ์รถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นทั้งหมด แต่หลังจากนี้ไปจะมีการศึกษารูปแบบการลงทุน การออกแบบ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงเม็ดเงินที่จะนำมาลงทุน เนื่องจากเป็นรถไฟความเร็วสูงที่จ้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ไทยจึงสงวนท่าทีในเรื่องเงินลงทุน

ต้องจับตาสำหรับโครงการนี้ เพราะรถไฟสายนี้จะแล่นเร็วกว่ารถไฟเส้นทางหนองคาย-กรุงเทพฯ ซึ่งทำความเร็วได้ 160-180 กม./ชม. โดยญี่ปุ่นต้องการสร้างรถไฟความเร็วสูง ทำความเร็วได้ 200 กม./ชม.ขึ้นไป ที่สำคัญมีการศึกษาเบื้องต้นพบว่าต้องเวนคืนที่ดินกว่า 7,800 ไร่ เป็นอย่างน้อย

2.โครงการพัฒนาระบบรางในเส้นทางแนวเศรษฐกิจด้านใต้ คือรถไฟในเส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ-แหลมฉบัง เชื่อมต่อการเดินทางจากทวาย เมียนมา –ไทย-กัมพูชา ระยะทาง 574 กิโลเมตร (กม.) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการทางราง ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า การปรับปรุงราง โครงสร้างราง ตลอดจนการยกระดับขบวนรถไฟและระบบอาณัติสัญญาณ

โครงการนี้กระทรวงที่ดินญี่ปุ่นจะร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้และการออกแบบรายละเอียดโดยเร็ว เพื่อหารูปแบบความร่วมมือที่เหมาะสมรวมถึงสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร งบประมาณ และเทคโนโลยีแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า หลังจากลงนามแล้วทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมระดับรัฐมนตรีขึ้น โดยมี รมว.คมนาคมไทยและ รมว.ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น จะเป็นประธานร่วม ทำหน้าที่ติดตามงานและมีคณะทำงานระบบรางระดับปลัดกระทรวง คณะทำงานย่อยมารับผิดชอบโครงการ และเร่งรัดให้หาข้อสรุปกรอบความร่วมมือได้ใน 1 เดือน หรือภายในวันที่ 27 มิ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม การลงนามในโครงการนี้มีของแถม โดยทางญี่ปุ่นจะช่วยเหลือฝ่ายไทยเพิ่มเติมในการศึกษาความเป็นไปได้และรูปแบบการลงทุนในอนาคตสำหรับเส้นทางรถไฟเชื่อมจากแม่สอด–มุกดาหาร

สำหรับรายละเอียดการเจรจาของคณะทำงานระดับรัฐมนตรี ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ 1.การหารือถึงแนวทางความร่วมมือโครงการแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 2.ระยะเวลาในการก่อสร้างที่จะต้องเสร็จภายใน 4 ปีกว่า

3.ที่มาของแหล่งเงินทุน ซึ่งญี่ปุ่นมีความพร้อมหลายด้าน ทั้งจากสถาบันการเงินจากไจก้า ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) และเมื่อมีการสรุปแนวทางการลงทุนเสร็จในช่วงเดือน ก.ค. 2558 ทั้งสองฝ่ายจะส่งเจ้าหน้าที่เริ่มสำรวจออกแบบเส้นทางต่อไป

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการลงนามนั้นจะมีความร่วมมือการพัฒนาการให้บริการขนส่งสินค้าทางราง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการขนส่งสินค้าทางรางให้เริ่มนำร่องได้ในต้นปี 2559 รวมถึงการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งจะนำระบบเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมาใช้ ขณะเดียวกันไทยรับทราบข้อเสนอของกระทรวงที่ดินที่จะพิจารณาให้การสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ–ระยอง

“การเจรจาความร่วมมือเรื่องรถไฟฟ้าสายสีแดง จะเน้นคุยกันในสัญญาที่ 3 เกี่ยวกับงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งในเบื้องต้นทางฝ่ายไทยต้องการให้ญี่ปุ่นช่วยดูแลในเรื่องกรอบการดำเนินงาน ให้อยู่ในวงเงินราคากลางไม่เกิน 30,500 ล้านบาท แต่กลุ่มกิจการร่วมค้าจากญี่ปุ่นได้เสนอไว้ 3.2 หมื่นล้านบาท จึงต้องเจรจาต่อรองร่วมกันอีกครั้ง โดยพิจารณาจากเนื้องานทั้งหมด” พล.อ.อ.ประจิน กล่าวถึงภารกิจสำคัญ

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในการเดินทางไปลงนามความร่วมมือเรื่องรถไฟแล้ว จะมีการเจรจาเพื่อขอให้มีการผ่อนผันเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากไทยบินเข้าประเทศญี่ปุ่นออกไปอีก จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค.นี้ และเตรียมที่จะมีการลงนามในความร่วมมือเพื่อพัฒนาด้านการบินให้กับไทยด้วย

ทั้งนี้ หลังจากที่คณะของกรมการบินพลเรือน (บพ.) ของไทยเดินทางไปเจรจากับผู้แทนขององค์การการบินพลเรือนของประเทศญี่ปุ่น (เจแคป) พบว่า มีแนวโน้มที่ดีในการที่จะมีความร่วมมือระหว่างกัน โดยทางญี่ปุ่นได้มีข้อเสนอที่จะช่วยเหลือในการพัฒนาด้านการบินให้ไทย และจะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาเจรจาเพื่อทำความตกลงในลงนามความร่วมมือเพื่อการพัฒนาด้านการบินของไทย ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาในระยะยาว

“เป็นโอกาสดีที่ไทยจะมีการเจรจากับทางญี่ปุ่นเพื่อขอให้สายการบินเช่าเหมาลำของไทยสามารถบินเข้าญี่ปุ่นได้เหมือน 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ต้องพูดคุยกันว่าหลังครบกำหนด 31 พ.ค.นี้แล้ว เที่ยวบินประจำของไทยยังบินได้ตามปกติหรือไม่ และเที่ยวบินเช่าเหมาลำยังบินได้หรือไม่ ส่วนจะต่อรองขอผ่อนผันออกไปอีกกี่เดือนนั้นเราคงไม่มีอำนาจต่อรอง” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

นี่คือภารกิจสำคัญบนบ่าของรองหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ต้องเจรจาต่อรอง ทำได้แค่ไหนต้องติดตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท