
ไฟแนนซ์ทูเดย์
โดย...ต้นหลิว
โดย...ต้นหลิว
...ครบเรียบร้อยแล้วสำหรับ 4 แบงก์ใหญ่ ซึ่งในที่สุดก็ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงกันถ้วนหน้า หลังจากที่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมากระทุ้งถามถึงการส่งไม้ต่อนโยบายการเงินจากแบงก์ชาติไปยังแบงก์พาณิชย์
เมื่อวานนี้ธนาคารกรุงไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้ 2 ประเภท คือ ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีแบบมีระยะเวลา (เอ็มแอลอาร์) และลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ลงเฉลี่ย 0.1-0.125% เช่นเดียวกับ ธนาคารกรุงเทพที่ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท (รวมรายใหญ่ชั้นดีประเภทเบิกเกินบัญชีเอ็มโออาร์) ลงเฉลี่ย 0.125-0.25%
รวมแล้วเท่ากับแบงก์ขนาดใหญ่และขนาดกลาง 7 แห่ง พร้อมใจกันลดดอกเบี้ยลงแล้วทุกแบงก์ ยกเว้นเพียงแบงก์เหลือง ธนาคารกรุงศรีฯ ที่ยังตัดสินใจไม่ถูกเสียที
...หันมาดูเรื่องคนเป็นหนี้กันบ้าง ก่อนหน้านี้ออมสินเพิ่งหนาวๆ ร้อนๆ กับหนี้ครูในโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ที่พุ่งไป 6 แสนล้านบาท จนหวั่นเป็นหนี้เสียและต้องติดตามใกล้ชิด
ล่าสุดวันนี้ สงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะเป็นตัวแทนครูทั่วประเทศ เดินทางไปร้องเรียน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ช่วยเหลือและตรวจสอบโครงการ ช.พ.ค.ว่าไม่โปร่งใส โดยร้องเรียนว่าพบลักษณะบังคับครูผู้กู้ให้ซื้อประกันชีวิตพ่วงด้วย โดยหักจากเงินที่กู้ผ่าน
เมื่อตรวจสอบไปที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทางเลขาธิการ คปภ.แจ้งกลับมาว่า ธนาคารที่ถูกร้องเรียนกับบริษัทประกันแห่งหนึ่งนั้น ได้แจ้งทำประกันอุบัติเหตุเอาไว้ ไม่ใช่ประกันชีวิตอย่างที่แจ้งกับครูผู้กู้ อีกทั้งยังไม่ได้ให้กรมธรรม์ใดๆ กลับมาให้เป็นหลักฐานด้วย ทำให้มีผู้เสียหายมากกว่า 1.5 แสนราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 2,000-4,000 ล้านบาท งานนี้เลยให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษไปตรวจสอบ พร้อมให้จับคนผิดมาลงโทษให้ได้ต่อไป







