posttoday
เศรษฐกิจไทยติดหล่ม

เศรษฐกิจไทยติดหล่ม

26 พฤษภาคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ได้ปรับลดประมาณเศรษฐกิจปี 2558 จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.5% ลงเป็น 3-4% เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังทรงกับทรุดและยังได้ปรับประมาณการส่งออก ซึ่งเดิมคาดว่าปีนี้จะขยายตัวได้ 3.5% เหลือเพียง 0.2%

สัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ได้ปรับลดประมาณเศรษฐกิจปี 2558 จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.5% ลงเป็น 3-4% เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังทรงกับทรุดและยังได้ปรับประมาณการส่งออก ซึ่งเดิมคาดว่าปีนี้จะขยายตัวได้ 3.5% เหลือเพียง 0.2%

ซึ่งก่อนหน้านี้ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างชาติต่างได้ปรับประมาณการ โดยเห็นว่าเศรษฐกิจโลกคงไม่ได้ฟื้นตัวได้ง่ายๆ และงบกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยส่วนใหญ่เป็นเพียงตัวเลข

ส่วนที่ไตรมาสแรกของปีนี้ที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3% เพราะไปเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 ซึ่งหดตัวติดลบ -0.5% เนื่องจากช่วงดังกล่าวได้รับผลกระทบจากพิษการเมืองในประเทศ

ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมองเศรษฐกิจไทยอย่างไร แต่ถ้าพิจารณาจากตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจล้วนแต่แสดงว่าเศรษฐกิจของเรายังคงติดหล่ม และยังคงต้องฝ่าฝันและเหนื่อยต่อไปอีก หากไม่นับรวมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคส่วนเดียวที่มีการฟื้นตัวอย่างเป็นนัย จากนักท่องเที่ยวจีนที่เฮโลเข้ามาเที่ยวไทย

ปัจจัยทางเศรษฐกิจส่วนที่เหลือดูเหมือนว่า ยังป่วยอยู่ในทางทรงๆ ทรุดๆ

กล่าวเฉพาะการส่งออกเดือน ม.ค.-เม.ย. หดตัวติดลบ -4.69% และเดือน พ.ค.ก็น่าจะยังคงติดลบ ส่วนการนำเข้าที่ผ่านมาหดตัวร้อยละ -0.8 แต่มีแนวโน้มที่ดี เพราะสต๊อกของเอกชนเริ่มหมดแล้ว คงต้องมีการนำเข้า

ภาคเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงเพราะเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน คือ การชะลอตัวของภาคบริโภค ซึ่งมีการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต่ำกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก และดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป 4 เดือนแรกหดตัว -0.5% ซึ่งสภา https://dcx.bangkokpost.co.th/device_bkp_prev3/2015/05-25/18/35/file6knf0o3zdd5q6ui29tw.jpg สภาพัฒน์ประเมินว่าทั้งปีอาจติดลบ -0.7%

การที่หน่วยราชการต่างออกมาบอกว่า “เงินยังไม่ฝืด” แต่ประชาชนไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอยอันเป็นผลพวงจากสินค้าเกษตรเกือบทุกรายการราคาตกต่ำ ทำให้รายได้ของเกษตรกรโดยเฉลี่ยหดตัวถึง -12%

ประเด็นที่ต้องจับตาคือ หนี้ครัวเรือนของประชาชนและสภาพคล่องของเอสเอ็มอี ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากวิกฤตในประเทศและเศรษฐกิจชะลอตัว เมื่อบวกกับกำลังซื้อที่หดตัวกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงมากที่สุด ทั้งจากกำลังการผลิตที่ลดลงและสถานะทางการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินต่างๆ ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ เห็นได้จากธนาคารในช่วงนี้ต่างประกาศปรับตัวเลขการขยายตัวสินเชื่อต่ำสุดในรอบหลายปี

ส่วนที่หวังจะให้การลงทุนของเอกชนมาช่วยดันเศรษฐกิจก็คงยาก เพราะกำลังการผลิตยังเหลือ ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ต่างชะลอการลงทุนเพื่อรอสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว

ที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงปัจจัยบางส่วนที่ส่งสัญญาณว่า เศรษฐกิจของไทยยังไม่ค่อยแจ่มใส หรือเขียนเป็นภาษาแบบทางการ “ค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ” ผู้ซึ่งทำธุรกิจหรือค้าขายก็คงต้องอดทนสู้ต่อไป

เพราะใครอึดทนได้มาถึงตรงนี้ คงไม่ล้มหายตายจากกันได้ง่ายๆ...หรอกครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท