
ธุรกิจรถยนต์ไข้หนัก
ธุรกิจรถยนต์หนัก จ่อปรับเป้าผลิตเหลือ 2 ล้านคัน เหตุยอดขายในประเทศร่วงหนัก ลิสซิ่งระงับเงินกู้
ธุรกิจรถยนต์หนัก จ่อปรับเป้าผลิตเหลือ 2 ล้านคัน เหตุยอดขายในประเทศร่วงหนัก ลิสซิ่งระงับเงินกู้
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลจากยอดขายรถยนต์ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาที่ลดลงอย่างมาก ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ประเมินว่ายอดขายรถยนต์ภายในประเทศทั้งปี 2558 อาจจะอยู่แค่ 8.5 แสนคัน และถ้าหากรัฐบาลเร่งอัดฉีดงบลงทุนอย่างเต็มที่ ก็อาจไปถึงระดับ 9 แสนคันได้ แต่ก็ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะมีปริมาณสูงถึง 9.5 แสนคัน
ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่จะทำให้ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นจะมาจากการอัดฉีดงบลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งยังได้แรงกระตุ้นจากการออกขายรถกระบะรุ่นใหม่และภาวะเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น หากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพิ่มสัดส่วนค้ำประกันเงินกู้เป็น 30% ตามมติคณะรัฐมนตรีก็จะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขยายการลงทุนเพิ่ม ทำให้ตลาดรถยนต์ภายในประเทศขยายตัวดีขึ้นไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ฉุดให้ยอดขายภายในประเทศลดลงมาก ไมาจากการที่สถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อซื้อรถยนต์ลดลงโดยเฉพาะในส่วนของลิสซิ่งที่ปฏิเสธการให้สินเชื่อสูงถึง 30-40% จากปกติที่ปฏิเสธไม่เกิน 10% แต่ถือว่ายังดีกว่าในช่วงวิกฤตปี 2540 ที่ต้องใช้เงินสดในการซื้อรถยนต์
ดังนั้น ส.อ.ท.จึงอยากให้สถาบันการเงินช่วยผ่อนคลายการปล่อยกู้ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายภายในประเทศได้มากขึ้น
“คาดว่าในปี 2558 ยอดขายรวมจะอยู่ที่ 2 ล้านคัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 2.13 ล้านคัน แต่ก็สูงกว่ายอดขายรวมในปีที่ผ่านมาที่มี 1.8 ล้านคัน แต่จะต้องรอผลสรุปรายงานจ่ายค่ายรถยนต์ก่อน ซึ่งคาดว่าหลังสิ้นไตรมาส 2 แล้ว จะมีการปรับเป้าหมายอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่า ยอดขายภายในประเทศและต่างประเทศจะเหลือเท่าไร” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เฉพาะยอดขายรถยนต์ในประเทศของเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 54,058 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 26.2% เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำส่งผลให้เกษตรกรไม่มีอำนาจซื้อ รัฐบาลยังไม่เร่งรัดในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนแม้จะดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้ยอดขายใน 4 เดือนแรกของปีนี้มีแค่ 251,845 คันลดลงจากปีก่อน 15.3% ขณะที่ยอดขายรถจักรยานยนต์ในรอบ 4 เดือน มียอดขาย 585,256 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.96%
ด้านการส่งออกนั้น ในช่วง 4 เดือน ขยายตัวสูงขึ้นถึง 13% หากคงอัตราการเติบโตเช่นนี้ ก็จะทำให้ยอดส่งออกสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 1.2 ล้านคันอย่างแน่นอน และจะช่วยพยุงยอดขายรวมไม่ให้ต่ำจากเป้าหมายมากนัก
ทั้งนี้ ยอดการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน เม.ย.ส่งออกได้ 82,130 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.66% เนื่องจากมีการส่งออกรถยนต์อีโคคาร์เพิ่มขึ้นในตลาดยุโรปและตลาดอเมริกาเหนือ ขณะที่ตลาดออสเตรเลียและตลาดเอเชียเริ่มฟื้นตัว ทำให้มีมูลค่าส่งออก 39,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.21% หากรวมยอดการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์แล้วจะมีมูลค่า 57,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.29% โดยการส่งออกรถยนต์ 4 เดือน สูงถึง 410,362 คัน เพิ่มขึ้น 13.58%
ประเทศที่มียอดส่งออกสูงสุด ได้แก่ ออสเตรเลีย 98,387 คัน เพิ่มขึ้น 40.23% ตลาดเอเชีย 94,295 คัน เพิ่มขึ้น 7.24% และตะวันออกกลาง 89,563 คัน ลดลง 12.46% เนื่องจากความไม่สงบในภูมิภาคนี้
นอกจากนี้ รถยนต์อีโคคาร์ที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้นมาก มาจากตลาดยุโรปที่เพิ่มขึ้นถึง 351% ตลาดอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 136% ออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 51%







