
คิกออฟรถไฟไทย-ญี่ปุ่น2สาย
ชง ครม.อนุมัติบันทึกข้อตกลงไทย-ญี่ปุ่น ลงทุนรถไฟ 2 สาย การันตีไม่มีปัญหาแหล่งเงินทุน
ชง ครม.อนุมัติบันทึกข้อตกลงไทย-ญี่ปุ่น ลงทุนรถไฟ 2 สาย การันตีไม่มีปัญหาแหล่งเงินทุน
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 พ.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation : MOC) ระหว่างรัฐบาลไทย-รัฐบาลญี่ปุ่น ในการพัฒนาระบบรถไฟไทย 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่จะเป็นรถไฟความเร็วสูง และเส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบัง ที่จะเป็นรถไฟเพื่อขนส่งสินค้าไม่ใช่ระบบความเร็วสูง ซึ่งอาจเป็นรถไฟขนาดราง 1 เมตร โดยจะปรับปรุงเส้นทางเดิม และจะปรับรถไฟทางเดี่ยวเป็นทางคู่
“หลังได้รับอนุมัติจาก ครม.ผมจะเดินทางไปลงนามกับทางญี่ปุ่นทันที โดยจะเดินทางวันที่ 26 พ.ค.นี้ ตอนนี้จองตั๋วไว้แล้วและเรื่องนี้ไม่ได้รีบร้อน เพราะจริงๆ ได้นำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่มีวาระมากจึงไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้” พล.อ.อ.ประจิน ชี้แจง
รมว.คมนาคม กล่าวว่า สำหรับการลงทุนทางรถไฟทั้งสองสายนี้ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน แม้ขณะนี้รัฐบาลไทยจะมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ เพราะความร่วมมือนี้เป็นลักษณะรัฐต่อรัฐ ทำให้มั่นใจว่าจะมีแหล่งเงินทุนให้เลือกหลายแหล่ง เช่น องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ขณะที่รัฐบาลไทยก็มีทางเลือกที่จะกู้เงินได้ทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ส่วนของเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รัฐบาลไม่ได้พิจารณาเฉพาะเรื่องการลงทุนแล้วคุ้มทุนหรือไม่เท่านั้น แต่จะพิจารณาว่า ประชาชนและสังคมจะได้ประโยชน์อะไร โดยมองว่าการลงทุนครั้งนี้จะได้ประโยชน์ในแง่ลดเวลาการเดินทาง เป็นทางเลือกให้ประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัย ลดความเครียด ลดการใช้พลังงาน ลดการซ่อมถนน ซึ่งแม้จะคิดเป็นเม็ดเงินไม่ได้ แต่ก็ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ส่วนที่จะตามมาเมื่อเกิดรถไฟวิ่งไปสักพักก็จะเกิดการพัฒนาชุมชน ระหว่างทางจะเกิดมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยเส้นทางนี้คาดว่าจะใช้เวลาศึกษา 10 เดือน
สำหรับเส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบังนั้น เมื่อมีการปรับปรุงเส้นทางเดิมแล้ว เชื่อว่าจะมีต้นทุนการลงทุนที่ลดลง และคาดว่าเส้นทางนี้จะลงทุนได้เร็วขึ้น เพราะส่วนนี้รัฐบาลไทยได้ศึกษารายละเอียดไว้แล้ว และแม้ว่าในทางปฏิบัติแล้วทางญี่ปุ่นจะนับหนึ่งในการศึกษาใหม่ แต่จะศึกษาบนข้อมูลที่มีอยู่จึงเดินหน้าได้เร็ว
ทั้งนี้ ตามแผนงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ในเส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบัง เป็นเส้นทางที่เชื่อมท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ ระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวายในเมียนมา และท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญสำหรับระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้







