posttoday
ขาดความมั่นใจ

ขาดความมั่นใจ

26 พฤษภาคม 2558

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

ข่าวลบที่กดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นยังประดังออกมาต่อเนื่อง ล่าสุดสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนเผยผลสำรวจนักวิเคราะห์ต่อมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้น พบว่าส่วนใหญ่ของนักวิเคราะห์ที่สำรวจ (70%) มองทิศทางตลาดหุ้นในระยะ 3 เดือนข้างหน้า (พ.ค.-ก.ค.) ทรงตัวถึงปรับลง และปรับเป้าดัชนีสิ้นปีนี้และสิ้นปีหน้าลง

ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 2 ยังไม่ต่างอะไรจากไตรมาสแรกมากนัก ทั้งการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนของภาคเอกชน จนถึงวันนี้คนที่มีสตางค์ก็ยังคงมีสตางค์ แต่ขาดความเชื่อมั่นจึงเลือกที่จะออมมากกว่าจะใช้จ่ายอย่างคล่องมือ ไม่ต่างอะไรจากนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นอยู่แล้ว หลายท่านมีสภาพคล่องเหลือ แต่ด้วยความไม่มั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในระยะข้างหน้า ประกอบกับนักวิเคราะห์บอกให้รอซื้อ จึงไม่ได้ซื้อซักที สุดท้ายราคาหุ้นก็อ่อนตัวลง แต่เราก็ถอยแนวรับลงไปอีก แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ถ้าตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจน (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม) เขียวเอาๆ รับรองว่านักลงทุนพร้อมจะไล่ตาม แบบนี้แสดงว่าหุ้นจะขึ้นได้ ขอแค่ความมั่นใจเท่านั้น

นักวิเคราะห์ปรับเป้าดัชนีลง

โพลนักวิเคราะห์ปรับเป้า SET สิ้นปีนี้ลงเหลือ 1,612 จุด จากเดิม 1,670 จุด และคาดจุดสูงสุด-ต่ำสุดของปีนี้ที่ 1,662-1,423 จุด โดยมองดัชนี 3 เดือนข้างหน้า (พ.ค.-ก.ค.) เฉลี่ยที่ 1,519 จุด บนสมมติฐาน GDP 3.2% และการขยายตัวของกำไรของตลาด 22.1% และคาดการณ์ SET สิ้นปี 2559 ที่ 1,707 จุด ปรับลงจากเดิมที่ 1,804 จุด แนะนำให้ลดการลงทุนในหุ้นลงเหลือ 42.5% เพิ่มตราสารหนี้เป็น 17.6% และลงทุนในหุ้นต่างประเทศ 19.8% ทองคำ 6.7% และเงินสด 11.8% หุ้นที่แนะนำตรงกันหลายสำนัก ได้แก่ ADVANC, KBANK, KTB, SCC, THCOM

ไม่คาดหวังการเติบโตจากการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก

ตัวเลขส่งออกเดือน เม.ย.ที่กระทรวงพาณิชย์จะรายงานในวันนี้อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนได้อีก แม้ว่าตลาดจะคาดไว้แล้วว่าการส่งออกเดือน เม.ย.จะลดลง 3.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 แต่ก็อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบางอยู่แล้วให้แย่ลง บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) คาดว่าการส่งออกมีโอกาสติดลบตลอดทั้งไตรมาส 2/2558 เพราะราคาสินค้าส่งออกที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันปรับลดลงและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ายังชะลอ

อย่างไรก็ตาม กำไรของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในปีนี้ยังเติบโตดี (คาดเติบโต 17% Y-Y) กว่าสินค้าส่งออกประเภทอื่น แต่ราคาหุ้นก็ปรับขึ้นมาจนมี PE ที่สูงกว่าในอดีตแล้ว (ปัจจุบัน 14-15 เท่า เทียบกับในอดีตที่ 8-10 เท่า) มีเพียง KCE (ราคาพื้นฐาน 57 บาท) ที่ยังพอมีส่วนต่างจากราคาพื้นฐานมากกว่าหุ้นตัวอื่นในกลุ่ม การซื้อน่าจะเป็นลักษณะค่อยๆ ทยอยซื้อเมื่ออ่อนตัว

วัดใจธนาคารกลาง 2 แห่งในเดือนหน้า

เดือน มิ.ย.มีการประชุมของธนาคารกลาง 2 แห่ง คือ สหรัฐ (FOMC 16-17 มิ.ย.) และของไทย (กนง. 10 มิ.ย.) สำหรับ FOMC แม้ตลาดจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยังไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในการประชุมครั้งนี้ แต่เชื่อว่าทุกคนคงตั้งใจฟังว่า Fed จะส่งสัญญาณอย่างไร การลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภทจะเกิดอาการเกร็งอีกครั้ง ขณะที่การประชุมของ กนง.ครั้งนี้ แม้ว่าเราจะค่อนข้างเชื่อว่าจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก แต่ก็ไม่ถึงกับปิดประตูของการปรับลง เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแรงจริงๆ อย่างไรก็ตามประเด็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้พึ่งพาแค่การลดดอกเบี้ย ถึงสินค้าจะมีราคาถูกอย่างไร ถ้าคนซื้อไม่มั่นใจ ก็ไม่ซื้อ การจะให้ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยจึงไม่ขึ้นอยู่เพียงความถูกของราคาสินค้าเท่านั้น ความมั่นใจในความมั่นคงของตัวเองในระยะข้างหน้ามีน้ำหนักมากกว่าสินค้าที่มีราคาถูกลง

หากรัฐไม่ผลักดันนโยบายการคลัง การลดดอกเบี้ยของ กนง.สองครั้งที่ผ่านมาจะเป็นการเปลืองกระสุนเปล่า อย่างไรก็ตามเรายังมีความหวังว่าจะได้เห็นการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งแม้ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ทันในปีนี้ (เม็ดเงินลงทุนอาจไปอยู่ในปีหน้า) แต่นักลงทุนก็พร้อมจะซื้อได้ ขอแค่ความมั่นใจ!

FSS ปรับ SET Target สิ้นปีนี้ลงเหลือ 1,560 จุด

FSS ได้ปรับลดเป้าดัชนีปีนี้ลงแล้วเหลือ 1,560 จุด จากเดิม 1,680 จุด จากการปรับประมาณการการเติบโตของกำไรของตลาดในปี 2558 ลงเหลือ 28% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 33% กรณีนี้หากภาครัฐเร่งให้มีการประมูลโครงการขนาดใหญ่ในช่วงที่เหลือของปี SET Target สิ้นปีนี้มีโอกาสปรับขึ้นเป็น 1,620 จุด

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล