posttoday
ประกันชีวิตร่วมทุนฮึด รุกทวงตลาดคืน

ประกันชีวิตร่วมทุนฮึด รุกทวงตลาดคืน

26 พฤษภาคม 2558

ในอดีตธุรกิจประกันชีวิตไทยการขายผ่านตัวแทนถือเป็นช่องทางหลักที่ผลักดันให้บริษัทประกันชีวิตสัญชาติไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเอไอเอที่แม้จะเป็นสาขาของบริษัทต่างประเทศ 100% แต่สามารถขึ้นครองอันดับ 1 ได้ก็ด้วยการขายผ่านตัวแทน

ในอดีตธุรกิจประกันชีวิตไทยการขายผ่านตัวแทนถือเป็นช่องทางหลักที่ผลักดันให้บริษัทประกันชีวิตสัญชาติไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเอไอเอที่แม้จะเป็นสาขาของบริษัทต่างประเทศ 100% แต่สามารถขึ้นครองอันดับ 1 ได้ก็ด้วยการขายผ่านตัวแทน

แตกต่างจากบริษัทที่ร่วมทุนกับต่างประเทศกลับลดจำนวนลง จากเดิมมี 13 แห่ง ปัจจุบันเหลือ 10 แห่ง และมีเพียง 4 บริษัทที่ส่วนแบ่งการตลาดติด 1 ใน 10 อันดับแรก เริ่มจาก บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 5 บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต  ติดอันดับ 6 ทั้งสองบริษัทใช้จุดแข็งของผู้ถือหุ้นไทยและผู้ถือหุ้นต่างชาติ ร่วมกันขยายตลาดได้อย่างลงตัว ส่วนบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ที่อยู่อันดับ 10 มีรายได้จากช่องทางการขายผ่านธนาคารทหารไทย

อีกรายคือ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ติดอันดับ 8 ด้วยกลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการบริษัท ธนชาตประกันชีวิต ทำให้ได้สัญญาการขายประกันชีวิตผ่านธนาคารธนชาต 15 ปี เป็นบริษัทที่น่าจับตามองมากที่สุด เพราะยังได้สัญญาการขายประกันชีวิตธนาคารสแตน ดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ แบงก์ (ยูโอบี) มาอยู่ในมือ รวมถึงช่องทางการขายผ่านโทรศัพท์ที่นับว่าแข็งแกร่ง

สำหรับบริษัทประกันชีวิตร่วมทุนที่มีขนาดเล็ก เบี้ยรับรวมต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท อีก 6 บริษัท แม้จะมีบริษัทแม่ติดอันดับบริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่ของโลก แต่กลับไม่สามารถขยายตลาดในไทยให้เติบโตได้อย่างที่หวัง โดยเฉพาะบริษัท แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต ที่เติบโตช้าที่สุด โดยปี 2557 ที่ผ่านมามีเบี้ยรับรวม 510 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 0.1% รั้งอันดับ 21 และ บริษัท ฟิลลิป ประกันชีวิตที่ถูกสั่งพักการขยายธุรกิจ 2 ปีหลังจากมีเงินกองทุนต่ำต้องหาผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามา

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่เปลี่ยนไป มีการยอมรับช่องทางการตลาดใหม่ๆ มากขึ้น เช่น การขายผ่านโทรศัพท์ การขายตรงผ่านโทรทัศน์ การขายผ่านอินเทอร์เน็ต รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดให้ทุกหน่วยธุรกิจสามารถเข้ามาเป็นนายหน้าขายประกันได้ ทำให้บริษัทประกันชีวิตร่วมทุนเริ่มรุกเปิดช่องทางการขายใหม่ๆ อย่างรวดเร็วและมีโอกาสสูงที่จะขยายตลาดในอนาคต

ทั้งนี้ มีบริษัทที่น่าจับตามองว่ามีโอกาสจะเติบโตทางธุรกิจอย่างรวดเร็วจากช่องทางใหม่ที่เปิดขึ้น 4 แห่ง คือ บริษัท เจนเนอราลี่ประกันชีวิต ที่ได้สัญญาการขายประกันผ่านธนาคารเกียรตินาคิน 15 ปีเพียงรายเดียว ตั้งแต่ปี 2558 ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการพัฒนาช่องทางการขายอื่นๆ ปัจจุบันเจนเนอราลี่ฯ มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับที่ 16

บริษัท เอซ ไลฟ์ แอสชัวรันซ์ที่นอกจากจะขายผ่านตัวแทนแล้ว ยังขายผ่านธนาคาร สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ห้างค้าปลีก ขายผ่านโทรศัพท์ ทำให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตมากในอนาคต ปัจจุบันมี
ส่วนแบ่งตลาดอยู่อันดับที่ 15 บริษัท โตเกียวมารีน ประกันชีวิต บริษัทเล็กๆ ที่ช่องทางการขายผ่านตัวแทนเติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากทำตลาดนี้มาได้ 4 ปี โดยปีที่ผ่านมามีเบี้ยรับรวม 3,469 ล้านบาท อยู่อันดับที่ 13 และตั้งเป้าว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีเบี้ยรับรวม 7,000 ล้านบาท และ บริษัท ไทยซัมซุง ประกันชีวิต ปัจจุบันช่องทางการขายผ่านตัวแทนเริ่มเข้มแข็งขึ้น
และมีการพัฒนาช่องทางการขาย อื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย

ขณะเดียวกัน ท่ามกลางตลาดประกันชีวิตที่แข่งขันสูง ก็มีบริษัทประกันชีวิตร่วมทุนที่ต้องปิดฉากลงในช่วง 3 แห่ง โดยผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยขอซื้อหุ้นคืนจากต่างชาติทั้งหมด เพราะไม่สามารถสนับสนุนให้ธุรกิจในไทยเติบโตได้

ล่าสุด บริษัท ไทยประกันชีวิต ขอซื้อหุ้นบริษัท ไทยคาร์ดิฟ ประกันชีวิต จากกลุ่ม บีเอ็นพี พาริบาส์ คาร์ดิฟ สัญชาติฝรั่งเศส คืนทั้งหมด หรือกรณีที่ธนาคารไทยพาณิชย์ขอซื้อหุ้น บริษัท ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ ประกันชีวิต คืนจากกลุ่มนิวยอร์คไลฟ์ สัญชาติอเมริกาทั้งหมดเหมือนกัน และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท ไทยพาณิชย์ ประกันชีวิต หลังจากเบี้ยกว่า 80% มาจากการขายประกันผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ สุดท้าย คือบริษัท แอดวานซ์ ไลฟ์ที่ผู้ถือหุ้นไทยซื้อหุ้นคืนจาก ต่างชาติหมด

ด้าน ธนาคารกสิกรไทย ขอซื้อหุ้นบริษัท เมืองไทย โฟร์ทิส โฮลดิ้ง จากกลุ่มโฟร์ทีส จากเนเธอร์แลนด์ จนทำให้มีหุ้นเพิ่มจากเดิม 10% เป็น 51% โดยกลุ่มโฟร์ทีสกลายเป็น
หุ้นส่วนน้อยไป และยังมีบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ถือหุ้นอยู่ด้วย กลยุทธ์นี้ทำให้ธนาคารกสิกรไทยสามารถรุกตลาดการขายประกันผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

จะเห็นได้ว่าตลาดประกันชีวิตของไทยได้เปลี่ยนไปหลังจากช่องทางการขายไม่ได้ผูกขาดอยู่ที่ตัวแทนเท่านั้น โดยบริษัทประกันชีวิตสัญชาติไทยยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดอยู่ แต่ในอนาคตช่องทางการขายที่เปลี่ยนไปก็มีโอกาสทำให้บริษัทร่วมทุนต่างชาติเติบโตมาเป็นคู่แข่งสำคัญกับบริษัทไทยได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ