
มหกรรมแบงก์รัฐเพื่อประชาชน กับนายกรัฐมนตรี คนที่ 29
ท่ามกลางระบบเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงในทุกภูมิภาค และเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ช้า จนรัฐบาลต้องทยอยออกมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินเพื่อเร่งการฟื้นตัวของภาคเอกชน และการดำเนินนโยบายด้านการเงินการคลังแบบผ่อนคลาย เพื่อกระตุ้นภาคการลงทุน ภาคการส่งออก และภาคครัวเรือน รวมทั้งการออกมาตรการดูแลธุรกิจ SMEs และการแก้ไขปัญหาหนี้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้อุปสงค์ภายในประเทศสามารถขยายตัวและสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ถือเป็นความพยายามที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งและชาติยั่งยืน ซึ่งสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐต่างก็ได้รับโจทย์ใหญ่ให้ร่วมกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติในครั้งนี้ด้วย
ท่ามกลางระบบเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงในทุกภูมิภาค และเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ช้า จนรัฐบาลต้องทยอยออกมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินเพื่อเร่งการฟื้นตัวของภาคเอกชน และการดำเนินนโยบายด้านการเงินการคลังแบบผ่อนคลาย เพื่อกระตุ้นภาคการลงทุน ภาคการส่งออก และภาคครัวเรือน รวมทั้งการออกมาตรการดูแลธุรกิจ SMEs และการแก้ไขปัญหาหนี้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้อุปสงค์ภายในประเทศสามารถขยายตัวและสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ถือเป็นความพยายามที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งและชาติยั่งยืน ซึ่งสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐต่างก็ได้รับโจทย์ใหญ่ให้ร่วมกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติในครั้งนี้ด้วย
หากมองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐส่วนใหญ่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพื่อช่วยแก้ปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจแห่งแรกของประเทศไทย คือ ธนาคารออมสิน ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2456 ในชื่อ “คลังออมสิน” และต่อมาได้มีการตรา พ.ร.บ.ธนาคารออมสิน ในปี 2489 ภารกิจและบทบาทหลักของธนาคารออมสิน คือ การส่งเสริมการออมทรัพย์ในหมู่ประชาชน และด้วยบทบาทนี้ธนาคารออมสินจึงเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด จนเมื่อประเทศเผชิญกับปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ธนาคารออมสินจึงถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นธนาคารเพื่อประชาชนรายย่อยด้วย ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็มีที่มาของการก่อตั้งในยุคที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง จึงได้มีการตรา พ.ร.บ.ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ ขึ้นในปี 2496
หลังจากนั้น ประเทศไทยก็เริ่มมีพิมพ์เขียวในการพัฒนาประเทศ มีการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอย่างเป็นระบบ โดยแผนแรกเกิดขึ้นในปี 2504 และอีก 5 ปีต่อมา ก็มีการก่อตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในปี 2509 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ในด้านปัจจัยการผลิตและชีวิตความเป็นอยู่ ปัจจุบันสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 3 แห่งนี้ มีสินทรัพย์รวมกันประมาณร้อยละ 20 ของสถาบันการเงินทั้งระบบ และมีขนาดใหญ่ที่สุดคิดเป็นสินทรัพย์รวมกันถึงร้อยละ 91 ของสินทรัพย์รวมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ต่อมาการพัฒนาประเทศได้พุ่งเป้าไปที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคการส่งออก จึงได้มีการจัดตั้งบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม (บอย.) ในปี 2534 และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ในปี 2536 เพื่อให้เป็นแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ จนกระทั่งประเทศเจอกับวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 สถาบันการเงินหลายแห่งต้องปิดกิจการ กระทรวงการคลังจึงได้ออกพระราชกำหนดจัดตั้งบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ขึ้นในปี 2540 เพื่อแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศในช่วงนั้น และต่อมาก็ได้มีการยกฐานะ (บอย.) ขึ้นเป็นธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ในปี 2545 เพื่อให้เป็นกลไกในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอันเป็นรากฐานของเศรษฐกิจอย่างแท้จริง พร้อมกับจัดตั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ขึ้นในปี 2545 เพื่อเป็นช่องทางในการให้บริการทางการเงินที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามแก่ประชาชนชาวไทยมุสลิม
ปัจจุบันสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่กล่าวมาทั้งหมด ส่วนใหญ่ได้ทำหน้าที่ของตนได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะมีบ้างที่มีปัญหา แต่ก็สามารถดำเนินการแก้ไขได้ โดยข้อมูลสินทรัพย์รวมล่าสุดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 8 แห่ง พบว่ามีมูลค่ารวมกัน อยู่ที่ประมาณ 3,875,809 ล้านบาท หรือ 40% ของสัดส่วนสินทรัพย์รวมของรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ (5,737,689 ล้านบาท) ทีเดียว
จากบทบาทและภารกิจแรกตั้ง จึงทำให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความสำคัญต่อความเจริญเติบโตของชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด และเมื่อใดก็ตามที่ระบบเศรษฐกิจมีความผันผวนหรือตกต่ำรุนแรง พระเอกขี่ม้าขาวที่จะมาช่วยประคับประคองให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ ก็คือ สถาบันการเงินเฉพาะกิจเหล่านี้
ล่าสุด สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 8 แห่ง และผู้เกี่ยวข้องกับระบบการเงินการคลังได้ร่วมกันจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจในชื่องาน “มหกรรมแบงก์รัฐเพื่อประชาชน หรืองาน SFIs Expo” ในช่วงวันที่ 27-29 มิ.ย.ศกนี้ ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ครั้งแรกของประเทศที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของประเทศไทยได้มีดำริให้จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเรียกความเชื่อมั่นจากภาคประชาชน โดยเป็นการจัดงานมหกรรมการเงินที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ และท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน
เปิดงานที่กรุงเทพฯ และ Teleconference ไปทั้ง 4 จุดทั่วประเทศ
โดยภาคกลางจัดที่กรุงเทพ มหานคร ภาคเหนือจัดที่ จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่ จ.ขอนแก่น ภาคตะวันออกจัดที่ จ.ระยอง และภาคใต้จัดที่หาดใหญ่ ซึ่งจะมีพิธีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า สำหรับจุดเด่นของงานอยู่ที่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีโปรโมชั่นกับลูกเล่น “เลข 29 หรือ Gimmick 29” ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร รอฟังการแถลงข่าวนะครับ สำหรับงานที่กรุงเทพฯ เจ้าภาพคือ ธนาคารออมสิน ก็ได้มีการเตรียมผลิตภัณฑ์ทั้งเงินฝากและสินเชื่อที่น่าสนใจไปออกงาน ใน Concept “Promotion 29” และกิจกรรมสร้างความบันเทิงอย่างคับคั่ง ที่สำคัญยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าโอท็อป และวิสาหกิจชุมชน ของเหล่าลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จำนวนมากเกือบ 100 ร้านค้า
เรียกว่างานนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐจัดเต็ม เพื่อช่วยเหลือประชาชนในทุกรูปแบบ แล้วพบกันที่งานมหกรรมแบงก์รัฐเพื่อประชาชนนะครับ







