
ดอกเบี้ยลดทำอะไรดี
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในขาลง เพียง 4 เดือนแรกของปีนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดดอกเบี้ยลง 0.5% แล้ว กดดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1.5% ทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งต้องปรับลดดอกเบี้ยตาม
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในขาลง เพียง 4 เดือนแรกของปีนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดดอกเบี้ยลง 0.5% แล้ว กดดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1.5% ทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งต้องปรับลดดอกเบี้ยตาม
มีคำถามว่า ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยลดลง จะลงทุนอะไรดีกว่าการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์
โดยมีคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนมาให้เลือก โดยกำหนดโจทย์ว่า จะต้องใกล้เคียงกับการฝากเงินกับธนาคาร คือ เน้นสภาพคล่อง และไม่มีความเสี่ยง
การลงทุนแบ่งตามระดับความเสี่ยง
1.ไม่ต้องการความเสี่ยง คือเงินต้นเท่าเดิม ผลตอบแทนคงที่ แต่ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนไม่สูงนัก
- ฝากประจำกับธนาคารขนาดใหญ่ ผลตอบแทนสุทธิ 1.4-1.6% ต่อปี
- กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ผลตอบแทน 2.4-2.65% ต่อปี
- สลากออมทรัพย์ ออมสิน หรือ ธ.ก.ส. ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 2% ต่อปี จะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเมื่อครบ 3 ปี สามารถลุ้นโชคจนอาจได้ผลตอบแทนสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เหมาะกับผู้ต้องการเสี่ยงโชคแบบรักษาเงินต้น
- หุ้นกู้ (บริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ) ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 3-3.5% ต่อปี จ่ายผลตอบแทนทุก 3-6 เดือน ตามบริษัทกำหนด
2.รับความเสี่ยงได้บ้าง : เงินต้นเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ผลตอบแทนค่อนข้างคงที่แต่สูง
- กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) ผลตอบแทนสุทธิจากปันผล 7-8% ต่อปี
- กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ผลตอบแทนสุทธิจากปันผล 7-8% ต่อปี
- กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ผลตอบแทนสุทธิจากปันผล 7.5-8.5% ต่อปี
- กองทุนตลาดเงิน (Money Market) ที่จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่มีสภาพคล่องสูง ซื้อขายได้ทุกวันทำการ และได้รับเงินค่าขายคืนในวันถัดไป
- ลงทุนในหุ้น ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจากดอกเบี้ยปรับตัวลดลง เพราะมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ควรลงทุนหุ้นที่ปันผลสูง ผลตอบแทนสุทธิจากปันผล 7-8% ต่อปี
ท้ายสุด คือ คาถาสำคัญที่นักลงทุนควรท่องให้ขึ้นใจ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน”







