
ทุนธนชาตดอดซื้อหุ้นคืน สัปดาห์เดียว135ล้านบาท
นักลงทุนยังคงทิ้งหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่างหนัก ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงต่อเนื่อง หลายตัวมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ บางแห่งก็ลงมาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน โดยบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) ทนไม่ไหว ทยอยเก็บตามโครงการซื้อหุ้นคืนเกือบทุกวัน เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 ซื้ออีกจำนวน 950,500 หุ้น ราคาหุ้นละ 34 บาท เป็นเงิน 32.31 ล้านบาท มาถึงปัจจุบันซื้อหุ้นแล้วจำนวน 38,174,200 หุ้น คิดเป็น 2.99% ของทุนเรียกชำระแล้ว 2.99% ใช้เงินไปทั้งสิ้น 1,289.72 ล้านบาท ถือว่ามากกว่าครึ่งทางของโครงการที่ต้องการซื้อคืนสูงสุด 56,431,642 หุ้น หรือ 4.42%
นักลงทุนยังคงทิ้งหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่างหนัก ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงต่อเนื่อง หลายตัวมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ บางแห่งก็ลงมาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน โดยบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) ทนไม่ไหว ทยอยเก็บตามโครงการซื้อหุ้นคืนเกือบทุกวัน เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 ซื้ออีกจำนวน 950,500 หุ้น ราคาหุ้นละ 34 บาท เป็นเงิน 32.31 ล้านบาท มาถึงปัจจุบันซื้อหุ้นแล้วจำนวน 38,174,200 หุ้น คิดเป็น 2.99% ของทุนเรียกชำระแล้ว 2.99% ใช้เงินไปทั้งสิ้น 1,289.72 ล้านบาท ถือว่ามากกว่าครึ่งทางของโครงการที่ต้องการซื้อคืนสูงสุด 56,431,642 หุ้น หรือ 4.42%
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (18-22 พ.ค.) บริษัท ทุนธนชาต ซื้อหุ้นทั้งหมด 3,990,400 หุ้น ในช่วงราคา 33.50-34 บาท ใช้เงินลงทุนประมาณ 135 ล้านบาท
สำหรับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังคงปักหัวลงไม่หยุด โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทย (KTB) ปิดที่ระดับ 18.60 บาท ใกล้เคียงกับมูลค่าหุ้นทาง บัญชีที่ 17.19 บาท คิดเป็นสัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV) เพียง 1.08 เท่า และสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) 7.92 เท่า ในอดีตเคยซื้อขายสูงกว่า 11 เท่า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 4.84%
ขณะเดียวกัน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ก็พยายามยันราคาแถว 200 บาท เทียบกับมูลค่าทางบัญชีที่ 112.58 บาท ลงมาซื้อขายที่ P/BV 10.27 เท่า และ P/E 1.78 เท่า เช่นเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปิดที่ 161 บาท เทียบกับมูลค่าหุ้นทาง บัญชีที่ 87.43 บาท มาซื้อขายแถว P/BV 10.26 เท่า และ P/E 1.84 เท่า ผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า 3%







