
แกว่งตัวในกรอบ 1,520-1,550 จุด
ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยบวกในประเทศ จากการที่รัฐบาลยอมรับให้มีการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งแสดงถึงความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น การลดท่าทีที่แข็งกร้าวลง เป็นการแสดงเจตนาคืนอำนาจให้กับประชาชนช่วยหนุนจิตวิทยาของหุ้นไทย นอกจากนี้ SET Index ยังได้รับปัจจัยบวกต่างประเทศ จากการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแผนเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มขึ้นในช่วง พ.ค.-มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นในช่วงปลายสัปดาห์เริ่มมีแรงทำกำไรหลังยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,530 จุด โดยดัชนีปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,536 จุด ก่อนปิดที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 0.77%
ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยบวกในประเทศ จากการที่รัฐบาลยอมรับให้มีการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งแสดงถึงความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น การลดท่าทีที่แข็งกร้าวลง เป็นการแสดงเจตนาคืนอำนาจให้กับประชาชนช่วยหนุนจิตวิทยาของหุ้นไทย นอกจากนี้ SET Index ยังได้รับปัจจัยบวกต่างประเทศ จากการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแผนเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มขึ้นในช่วง พ.ค.-มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นในช่วงปลายสัปดาห์เริ่มมีแรงทำกำไรหลังยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,530 จุด โดยดัชนีปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,536 จุด ก่อนปิดที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 0.77%
ประเด็นจับตาสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟดในคืนวันศุกร์ และการหารือปัญหาหนี้กรีซ ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ผลการหารือความช่วยเหลือกรีซ ระหว่างผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี และกรีซ ที่ผ่านมา ยังไม่มีสัญญาณของพัฒนาการเชิงบวกต่อวิกฤตหนี้และการคงอยู่ในกลุ่มสมาชิกยูโรโซนของกรีซ แม้ผู้นำทั้ง 3 จะเห็นพ้องต้องกันถึงกระบวนการพูดคุยที่เป็นบวกมากขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกรีซอายุ 10 ปี และค่าความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ (CDS) เริ่มกลับมาปรับขึ้นอีกครั้ง เราประเมินประเด็นหนี้กรีซมีโอกาสกดดันให้ตลาดหุ้นผันผวนในช่วง 1 เดือนนี้ แต่เรามองเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยกดดันตลาดหุ้นระยะสั้น โดยยังคงให้น้ำหนักว่ากรีซจะสามารถต่อรองกับกลุ่มเจ้าหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้ในที่สุด
เรามองเศรษฐกิจยุโรปที่ฟื้นตัวดีขึ้น จะช่วยบรรเทาความกังวลตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มชะลอ และหนุนการฟื้นตัวในภาคเศรษฐกิจจริง หลัง Markit รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) เดือน พ.ค. 2558 (ตัวเลขเบื้องต้น) ยังคงอยู่ในระดับขยายตัวและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด (PMI รวมอยู่ที่ 53.4 สูงกว่าคาดที่ 53.9 // PMI ภาคการผลิตอยู่ที่ 52.3 สูงกว่าคาดที่ 51.8 และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง
// PMI ภาคบริการอยู่ที่ 53.3 ต่ำกว่าคาดที่ 53.9) แม้ PMI จะชะลอตัวลงมาแต่นักลงทุนให้มุมมองบวกต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น สำหรับตลาดเงินตลาดทุน ตัวเลขที่ดีขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ และความเสี่ยงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะผันผวน กดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้
มุมมองการลงทุนสัปดาห์นี้ : การกลับมาซื้อสุทธิของต่างชาติในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา คาดว่าจะช่วยจำกัดความเสี่ยงทางลงของตลาด และหนุนการฟื้นตัวของหุ้นไทย อย่างไรก็ตาม เราประเมินตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,520-1,550 จุด กลยุทธ์การลงทุนของเราเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นน้อย และหาจังหวะทยอยสะสมหุ้นดีในจังหวะอ่อนตัว
หุ้นเด่น : ADVANC SPCG JAS JASIF JSP BA CENTEL
หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : SCN SGP CNT AJP AQUA (นักลงทุนควรตั้ง stop loss หากหุ้นลง 3-5%)







