
AJPเร่งลดขนาดเคเบิลทีวี
เอเซีย จอยท์ฯ หั่นธุรกิจไม่ทำกำไร รุกธุรกิจเสริมสร้างรายได้ ปักธงปี 2559 เทิร์นอะราวด์
เอเซีย จอยท์ฯ หั่นธุรกิจไม่ทำกำไร รุกธุรกิจเสริมสร้างรายได้ ปักธงปี 2559 เทิร์นอะราวด์
นายวรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเซีย จอยท์ พาโนราม่า (AJP) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทหลังจากที่ตนเข้ารับบริหารงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีเป้าหมายให้บริษัททำกำไรยั่งยืน โดยต้องดำเนินการ 4 แผน คือ 1.ตัดธุรกิจที่ไม่ทำกำไร ซึ่งปัจจุบันธุรกิจการให้ช่องสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียม (เคเบิลทีวี) ที่บริษัทเปิดให้เช่าช่องทั้งหมด 16 รายการ พยายามลดขนาดให้เล็กลง ปรับปรุงคอนเทนต์ เน้นกำไรช่องที่สามารถสร้างรายได้ การซื้อภาพยนตร์จีนที่นำมาสร้างใหม่เข้ามาฉาย หรือการประมูลสิทธิการถ่ายทอดฟุตบอลลีกบุนเดสลีกา หรือลีกเอิง ซึ่งจะรู้ผลการเจรจาปลายเดือน มิ.ย.นี้
ปัจจุบันเคเบิลทีวีมีภาระค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 10 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้เข้ามา 3-4 ล้านบาทเท่านั้น
“การทบทวนการทำเคเบิลทีวี ต้องทำอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีเงื่อนไขสัญญากับคู่ค้า การหาพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นวิธีการหนึ่งนอกเหนือจากการตัดช่องไม่สร้างรายได้” นายวรัญญู กล่าว
แผนที่ 2 การนำธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม เช่น การจัดอีเวนต์ ประเภทสปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนต์ การโชว์จากเมืองนอก การจัดแข่งขันกอล์ฟ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาลิขสิทธิ์คิตตี้เข้ามาทำอีเวนต์ในประเทศไทย
แผนงานที่ 3 การประกอบธุรกิจไอที ให้คำปรึกษาและบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในสำนักงานขนาดกลางและขนาดย่อม เช่น ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ซึ่งเริ่มธุรกิจเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา รายได้การใช้อีเมลคนละ 50 เหรียญสหรัฐ หรือ 1,500 บาท/ปี ขณะนี้มีรายได้เข้ามา 7 แสนบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้มากกว่า 15-20 ล้านบาท
สำหรับแผนงานสุดท้าย การตั้งบริษัทย่อย เอเจพี พาวเวอร์ ประกอบธุรกิจพลังงานทดแทน ขณะนี้ศึกษาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขยะ กำหนดการรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์จากธุรกิจพลังงานไตรมาส 3 ปี 2559
“โครงสร้างรายได้ปีนี้ยังมาจากธุรกิจหลักมีเดียที่มีทั้งเคเบิลทีวี การให้เช่าสตูดิโอ การจัดอีเวนต์ และงานไอที วางเป้าหมายปี 2559 เป็นต้นไป ธุรกิจใหม่ทั้งหมดและพลังงานที่บริษัทสนใจทำ จะทำให้บริษัทพลิกฟื้นมีกำไรอย่างมั่นคงได้”
ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า บริษัทมีการจัดโครงสร้างทีมบริหารงานใหม่ทั้งหมด ภายหลังจากมีนักลงทุนหุ้นคุณค่า (วีไอ) หลายรายเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยมีคนหนุ่มที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาร่วมงาน และอยู่ในคณะกรรมการบริหาร เช่น นายโชติพันธ์ุ เตียวิวัฒน์ รองประธานกรรมการบริหาร มีความเชี่ยวชาญการวิเคราะห์ เคยทำงานกับดีบีเอส วิคเคอร์ส นายอภิเชษ ปุสรี ลูกครึ่งไทย+อินเดีย กรรมการตรวจสอบ ที่ดูธุรกิจการลงทุนใหม่ๆ หรือการควบรวมกิจการ นอกจากนี้ยังมีทีมงานที่ดูธุรกิจการติดต่อกับต่างประเทศในการนำอีเวนต์เข้ามาจัดแสดงในประเทศไทย เช่น คอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง
นายวรัญญู ยืนยันอีกครั้งว่า กลุ่มผู้บริหารปัจจุบันไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาจารย์เพชร แต่เข้ามาบริหารจากการชักชวนของผู้ถือหุ้นกลุ่มวีไอ ทีมบริหารมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ล้างภาพเก่า รวมทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ให้สอดคล้องกับธุรกิจใหม่ที่บริษัทกำลังดำเนินการอยู่
สำหรับราคาหุ้น AJP ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ไม่ทราบสาเหตุ แต่ปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนไม่มาก เมื่อมีการซื้อขายเข้ามาก็มีส่วนทำให้ราคาเคลื่อนไหวได้ ซึ่งบริษัทอาจจะต้องปิดสมุดทะเบียนตรวจสอบผู้ถือหุ้นที่เข้ามาซื้อขายหุ้น AJP







