
เกษตรฯเร่งแก้ปัญหา-ฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
ปลัดเกษตรฯ เร่งแก้ไข สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เผยยอด จำนวน 17,885 รายมูลหนี้ 2 หมื่นล้านบาท
ปลัดเกษตรฯ เร่งแก้ไข สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เผยยอด จำนวน 17,885 รายมูลหนี้ 2 หมื่นล้านบาท
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภาย ว่าจากผลการประชุมคณะกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำกัด ซึ่งครบกำหนดที่ศาลให้เจ้าหนี้แจ้งต่อกรมบังคับคดีมียอดผู้ขอยื่นรับชำระหนี้จำนวน 1.7 หมื่นราย มูลหนี้ประมาณ 2.04 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามล่าสุดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขยายเวลายื่นชำระหนี้ถึงวันที่ 8 มิ.ย. 2558
อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้กระทรวงได้ให้กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ร่วมกันติดตามในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการฯ
"ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เพื่อให้การเร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหาในการดำเนินงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพบรรลุตามวัตถุประสงค์ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและสมาชิกสหกรณ์ซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะทำงานมีอำนาจหน้าที่เร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และรายงานผลต่อรมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ทราบเป็นระยะ"นายชวลิตกล่าว
ทั้งนี้การติดตามการดำเนินการ แบ่งออกเป็น 1.ความก้าวหน้าด้านคดีโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้เข้าไปช่วยเหลือให้คำแนะนำและติดตามความเคลื่อนไหวของการดำเนินคดีฟ้องร้องค่าเสียหายจากผู้ที่กระทำทุจริตและก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์โดยแยกเป็นคดีแพ่ง จำนวน 5 คดี ทุนทรัพย์ทั้งหมด 16,041 ล้านบาทและคดีอาญาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ จำนวน 4 คดี 2.ความก้าวหน้าในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการหลังจากที่ศาลมีคำสั่งให้สหกรณ์ฟื้นฟูกิจการ โดยให้สหกรณ์เป็นผู้ทำแผนได้มีการประกาศคำสั่งในราชกิจจานุเบกษาและให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน30 วัน 2.ผู้ทำแผนอยู่ระหว่างคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาผู้จัดทำแผนและบริหารแผนฟื้นฟูกิจการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำกัด และกรอบระยะเวลาการดำเนินการ ทั้งนี้มีกำหนดทำแผนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ก.ค. 58 และขยายได้ไม่เกินวันที่ 7 ก.ย. 58
สำหรับ การเยียวยาสมาชิกในระหว่างการจัดทำแผนซึ่งคณะผู้จัดทำแผนได้ยื่นคำร้องต่อศาลฯในการเยียวยาความเดือนร้อนให้แก่สมาชิก คือ 1.การให้เงินกู้เพื่อเยียวยาสมาชิกตามโครงการพิเศษ และ 2.การจ่ายคืนเงินฝากแก่เจ้าหนี้ที่มีเงินฝากไม่เกินรายละ 1 หมื่นบาท จำนวน 29,919 ราย เป็นเงิน 42 ล้านบาทเศษ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการจ่ายเงินกู้ให้สมาชิกเป็นการประกอบธุรกิจปกติของสหกรณ์ให้อยู่ในดุลยพินิจของสหกรณ์และไม่อนุญาตให้จ่ายคืนเงินฝากให้แก่สมาชิกแต่ให้ผู้จัดทำแผนฯบรรจุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์ได้ โดยสหกรณ์กำหนดหลักเกณฑ์ให้สมาชิกกู้ ได้แก่ 1. กู้ได้ไม่เกิน 10เปอร์เซ็นต์ ของเงินกู้รวมค่าหุ้น แต่ไม่เกิน 50,000 บาท โดยแบ่งจ่าย 5 เดือน 2. อัตราดอกเบี้ย 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และ 3. งวดชำละหนี้ 12 งวดโดยชำระทุกเดือน ซึ่งเดือนที่ 1 - 3 ชำระเฉพาะดอกเบี้ยโดยได้มีการจ่ายเงินกู้ให้สมาชิกแล้ว เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมาจำนวน 164 ราย เป็นเงิน 1,640,000 บาท และในครั้งที่ 2 ได้เปิดรับคำขอกู้ในระหว่างวันที่ 7 – 15 พ.ค. 58 คาดว่าจะจ่ายให้สมาชิกได้ในวันที่ 25 พ.ค. 58 นี้







