posttoday
ดันลิขสิทธิ์ไทยขายต่างประเทศนำร่องศิลปะมวยไทย

ดันลิขสิทธิ์ไทยขายต่างประเทศนำร่องศิลปะมวยไทย

25 พฤษภาคม 2558

“พาณิชย์” เตรียมดันลิขสิทธิ์ไทยไปขายในต่างประเทศนำร่องมวยไทยก่อน พร้อมดันสินค้าเกษตรจีไอทั้งข้าว ผลไม้ ไปเจาะตลาดจีน อาเซียน ให้มากขึ้น

“พาณิชย์” เตรียมดันลิขสิทธิ์ไทยไปขายในต่างประเทศนำร่องมวยไทยก่อน  พร้อมดันสินค้าเกษตรจีไอทั้งข้าว ผลไม้ ไปเจาะตลาดจีน อาเซียน ให้มากขึ้น

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมมีแผนที่จะนำลิขสิทธิ์ของไทย ไปใช้ประโยชน์ในเชิงการค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะไปขายในต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มจากศิลปะมวยไทยก่อน เพราะหลายประเทศเริ่มรู้จักมากขึ้น โดยการดำเนินการดังกล่าวจะทำในลักษณะการส่งเสริม และสนับสนุนให้คนไทยนำศิลปะมวยไทยไปขาย หรือไปลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับมวยไทยในต่างประเทศ เช่น อาจจะทำเป็นหลักสูตรสอนมวยไทย ศิลปะการแสดงด้วยมวยไทย ทำโรงเรียนสอนมวยไทย สถานที่ออกกำลังกายด้วยมวยไทย เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศให้มากขึ้น

“คาดว่าจะเริ่มโครงการนี้ได้ในปี 2559 โดยกรมจะหาช่องทางสนับสนุนให้คนไทยไปลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับมวยไทยในต่างประเทศก่อน หรืออาจจะทำเป็นหลักสูตรขาย น่าจะไปได้ดี เพราะปัจจุบัน มวยไทยได้รับความนิยมในหลายประเทศ ซึ่งจะหารือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนผู้ด้วย เช่น จัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปหาลู่ทางการตลาดในประเทศเป้าหมาย เป็นต้น”อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังมีแผนที่จะนำสินค้าของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ในไทยไปขายในต่างประเทศให้มากขึ้น เพราะสินค้าจีไอเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ไม่มีคู่แข่ง เพราะสามารถผลิตได้เฉพาะในท้องถิ่นเท่านั้น เบื้องต้นตั้งเป้าหมายไปที่ตลาดจีน และอาเซียน เพราะเป็นตลาดใหญ่ของสินค้าไทย ซึ่งสินค้าเป้าหมายมีทั้งข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้จ.สระบุรี ข้าวเหนียวเขาวง จ.กาฬสินธุ์ ส้มโอขาวแตงกวา จ.ชัยนาท ส้มโอนครชัยศรี จ.นครปฐม มะขามหวานเพชรบูรณ์ เป็นต้น

“สินค้าเกษตรเหล่านี้ขายดีในจีน และอาเซียนอยู่แล้ว แต่เราจะเพิ่มการส่งออกสินค้าที่เป็นจีไอให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันตลาดจีนสนใจบริโภคสินค้าจีไอมากขึ้น มีหน่วยงานที่ให้การรับรองสินค้าจีไอโดยเฉพาะ และมีตรารับรองของตนเอง ถ้าสินค้าจีไอของไทยได้รับตรารับรองของจีน ก็จะสามารถขายในจีนได้มากขึ้น”นางมาลีกล่าว

สำหรับการยื่นขอจดทะเบียนสินค้าจีไอของไทยในต่างประเทศนั้น ล่าสุด ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนกาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงในสหภาพยุโรป (อียู) และอยู่ระหว่างการประกาศโฆษณา หากไม่มีผู้ยื่นคัดค้าน คาดว่า อียูจะรับขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอในอียูได้ในเร็วๆ นี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ขึ้นทะเบียนข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้แล้ว ซึ่งทำให้การส่งออกข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของไทยส่งออกไปอียูมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทย ที่ต้องการส่งออกสินค้าไปขายในต่างประเทศ จำเป็นต้องจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ฯลฯ สินค้าของตนเองในประเทศเป้าหมายก่อน เพื่อป้องกันคนในประเทศนั้นเลียนแบบเครื่องหมายการค้า หรือเลียนแบบสินค้าแล้วไปจดทะเบียนเป็นเจ้าของเสียเอง ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทย สูญเสียตลาด และไม่สามารถส่งออกสินค้าตนเองไปขายในประเทศนั้นๆ ได้อีกแล้ว เพราะจะถือเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทันที

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง