posttoday
ค่ายรถเสริมเขี้ยวเล็บ ยกระดับอุตฯยานยนต์ไทย

ค่ายรถเสริมเขี้ยวเล็บ ยกระดับอุตฯยานยนต์ไทย

24 พฤษภาคม 2558

ก้าวต่อไปของยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยต้องมีมาตรการสนับสนุนจูงใจให้เกิดการวิจัยและพัฒนา

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไทย คือ ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นในแง่ภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่งระดับภูมิภาค การมีสาธารณูปโภคที่พร้อมต่อการผลิต และมีระบบซัพพลายเชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงการสนับสนุนอย่างเต็มตัวของรัฐบาล ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้ทำให้ไทยยังคงเป็นฐานสำคัญในการลงทุนของบริษัทรถยนต์รายใหญ่ๆ

อย่างไรก็ตาม การจะยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางในอุตสาหกรรมรถยนต์ตัวจริงเสียงจริงในภูมิภาค คงต้องยกระดับจากการเป็นผู้ผลิตเพียงอย่างเดียวต่อยอดไปสู่การเป็นผู้พัฒนา ซึ่งต้องมีการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการลงทุนด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอย่างแท้จริง

การลงทุนดังกล่าวภาคเอกชนหลายรายได้เริ่มต้นมาแล้วก่อนหน้าและยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐเองก็มีแนวทางสนับสนุนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

วิชัย จิราธิยุต ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) เพื่อต่อยอดการผลิตในประเทศไทยให้หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ซึ่งหลังจากนี้บทบาทของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยจะเน้นอาร์แอนด์ดีมากขึ้น

ทั้งนี้ ต่อไปในอนาคตอาจจะมีรถยนต์ที่ถูกจดทะเบียนลิขสิทธิ์จากการวิจัยและพัฒนาในประเทศไทยก็เป็นได้ ซึ่งส่วนการสนับสนุนของรัฐบาลของการจัดตั้งศูนย์อาร์แอนด์ดี ในประเทศไทยจะสามารถได้สิทธิประโยชน์ในการหักภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 300% จากเดิมอยู่ที่ 250%

"ก้าวต่อไปของยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยต้องมีมาตรการสนับสนุนจูงใจให้เกิดการวิจัยและพัฒนาในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นในอนาคต" นายวิชัย กล่าว

ค่ายรถเสริมเขี้ยวเล็บ ยกระดับอุตฯยานยนต์ไทย

ขณะที่ จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับกรมป่าไม้ เพื่อขอพื้นที่ในการสร้างสนามทดสอบกลางของประเทศ โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 4,000 ล้านบาท (ไม่รวมมูลค่าที่ดิน) ซึ่งหวังว่าจะได้ข้อสรุปโดยเร็วจากนั้นจะเร่งการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร็วที่สุด คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการรวมแล้วเสร็จภายใน 3 ปี

“หลังจากนี้หากมีการก่อสร้างสนามแล้วเสร็จจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นเซ็นเตอร์อาเซียนด้านการผลิตรถยนต์และวิจัยพัฒนาในภูมิภาคอย่างครบวงจร” จักรมณฑ์ กล่าว

ทั้งนี้ แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยจากค่ายรถญี่ปุ่นจะเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมเป็นการลงทุนในด้านการผลิตจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามทิศทางที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ประเมินเอาไว้

"10 ปีที่ผ่านมา การลงทุนของญี่ปุ่นจะเกี่ยวข้องกับยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มาก แต่ 3-5 ปีข้างหน้าจะเป็นการลงทุนในเรื่องการวิจัยและพัฒนาศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์มากขึ้น" หิรัญญา สุจินัย รักษาการเลขาฯ บีโอไอ ให้ความเห็น

ทางด้านภาคเอกชนการลงทุนเพื่อต่อยอดจากการผลิตในประเทศไทยถือเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่ต้องเร่งรีบดำเนินการ เพื่อใช้ไทยเป็นฐานทัพใหญ่ในการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียนและขยายการส่งออกไปทั่วโลก ล่าสุด 2 ค่ายรถยนต์ได้ลงทุนเพื่อเป้าหมายดังกล่าว

ริวโกะ นาคาโอะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทได้เปิดสนามทดสอบรถยนต์มิตซูบิชิในประเทศไทย โดยใช้เงินลงทุนมูลค่า 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 95 ไร่ ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งถือได้ว่าเป็นสนามทดสอบรถยนต์แห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้การวิจัยและพัฒนาสามารถตอบสนองให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคและทั่วโลกได้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในประเทศไทย อีกทั้งมิตซูบิชิในประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตสำคัญ เพื่อการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ค่ายรถเสริมเขี้ยวเล็บ ยกระดับอุตฯยานยนต์ไทย ศูนย์กระจายอะไหล่มาสด้า

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์นอกประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียวที่มีการผลิตครบทุกอย่าง และล่าสุดได้เปิดศูนย์กระจายอะไหล่มาสด้าบนพื้นที่กว่า 2 หมื่นตารางเมตร มีจำนวนอะไหล่หมุนเวียนรวมกว่า 5.3 หมื่นรายการ มูลค่าสินค้าหมุนเวียนในโกดัง 360 ล้านบาท เพื่อรองรับการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ กว่า 100 ประเทศทั่วโลก เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท มาสด้า โลจิสติกส์ และบริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นภายใต้ชื่อ บริษัท มาสด้า โลจิสติกส์ แอนด์ ยูเซ็น (เอเชีย)

ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัทรถ 3 ค่ายใหญ่ ก็ได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มีการจัดตั้ง โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก เทคนิคเชี่ยล เซ็นเตอร์ ขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2546 ที่มีหน้าที่เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น ซึ่งจะมีการพัฒนาร่วมกันในภูมิภาคกับศูนย์อาร์แอนด์ดีในประเทศญี่ปุ่น

ด้านบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ได้มีการก่อตั้งฮอนด้า อาร์แอนด์ดี แปซิฟิก ในประเทศไทย เมื่อปี 2537 ซึ่งถือได้ว่าเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชีย มีหน้าที่ในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ในภูมิภาค เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคตามพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

ส่วนบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้ก่อตั้ง นิสสัน มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก เมื่อปี 2547 ในการวิจัยและพัฒนาเพื่อโฟกัสตลาดนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากตลาดในประเทศและตลาดในภูมิภาคนี้ที่มีประชากรเกิดกว่า 600 ล้านคน ทำให้ประเทศไทยมีความสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนาตามที่บริษัทแม่มอบหมาย

ทั้งหมดคือ ทิศทางที่อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยกำลังจะเดินไป และจะเห็นภาพของการลงทุน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และไทยจะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอย่างเต็มตัว   

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน