
1ปีรัฐประหารทุนนอกออก2.5หมื่นล้าน
ต่างชาติถอนทุนในตลาดหุ้นไทยช่วง 1 ปีหลังรัฐประหารร่วม 2.5 หมื่นล้านบาท
ต่างชาติถอนทุนในตลาดหุ้นไทยช่วง 1 ปีหลังรัฐประหารร่วม 2.5 หมื่นล้านบาท
สำนักข่าวบลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานระบุว่า ผู้จัดการบริหารเงินทุนต่างชาติได้ถอนทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์ของไทยไป 784 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.59 หมื่นล้านบาท) ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่บลูมเบิร์กติดตามเพียงชาติเดียวที่มีการไหลออกของเงินทุน
รายงานระบุต่อไปว่า แม้ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 8.8% ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ มอร์แกน สแตนเลย์ บริษัทให้บริการทางการเงินระดับโลกคาดการณ์ว่า การปรับเพิ่มขึ้นนี้จะไม่เกิดขึ้นต่อไป หลังจากที่มุมมองของเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอและผลประกอบการบริษัทย่ำแย่
สแตนเลย์ ระบุในรายงานในสัปดาห์นี้ว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยนั้นมีความน่าสนใจน้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากการประเมินมูลค่าหุ้นที่สูงและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยังมีอยู่
ขณะเดียวกัน ยูบีเอส กรุ๊ป เอจี ได้ลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของไทยลงด้วย โดยเอเดรียน ซัวร์เชอร์ หัวหน้าผู้บริหารสินทรัพย์เอเชียของยูบีเอส กล่าวว่า ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ออกมาต่อเนื่องสะท้อนว่า การฟื้นตัวยังคงอ่อนแออย่างมาก
“นักลงทุนต่างชาติได้เริ่มที่จะถอนเงินออก และรอความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่างๆ” ซัวร์เชอร์ กล่าว
ด้านของ ฟิลิป แมคนิโคลัส นักเศรษฐศาสตร์ของบีเอ็นพี พาริบาส ระบุในรายงานว่า การลงทุนที่เชื่องช้าของรัฐบาลกระทบต่อความน่าดึงดูดในการลงทุนในไทย โดยการทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเชื่องช้า และทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อถือในนโยบายของรัฐบาล







