
จ่อชงกฎหมายประมงเพิ่มแก้ไอยูยู
เกษตรฯ เล็งผุด พ.ร.บ.ประมงใหม่อีกฉบับ แก้ประมงผิดกฎหมาย หวังเสร็จก่อนอียูทบทวนใบเหลือง
เกษตรฯ เล็งผุด พ.ร.บ.ประมงใหม่อีกฉบับ แก้ประมงผิดกฎหมาย หวังเสร็จก่อนอียูทบทวนใบเหลือง
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ไทยจำเป็นต้องออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประมงใหม่อีกหนึ่งฉบับ เพื่อรองรับกฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการป้องกัน ยับยั้งและขจัดการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู)
ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะมีสาระสำคัญ เช่น การสนับสนุนการทำประมงอย่างยั่งยืน การกำหนดปริมาณเรือให้สอดคล้องกับทรัพยากรประมงที่มีอยู่ การกำหนดปริมาณลูกเรือประมง วันทำประมง การหยุดงานของเรือประมง เป็นต้น
“การหารือระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หรืออียู ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังต้องหารือและร่วมกันแก้ไขประเด็นต่างๆ เป็นระยะๆ ซึ่งตอนนี้คณะตรวจสอบจากอียูฝากการบ้านให้ไทยเร่งดำเนินปรับปรุงกฎหมายเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน โดยแนะนำให้ลดแรงงานประมงและจำนวนเรือให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่” นายปีติพงศ์ กล่าว
สำหรับการปรับปรุงกฎหมายนั้นกระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติพิจารณา และคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้
แล้วเสร็จก่อนที่อียูจะประกาศทบทวนมาตรการให้ใบเหลืองกับประเทศไทยในเดือน ต.ค.นี้
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการแจ้งเตือนจากคณะกรรมการยุโรปเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา กรณีไทยไม่มีมาตรการเพียงพอในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ไม่รายงานและไร้การควบคุม และอียูให้เวลาไทย 6 เดือน ในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อแก้ปัญหา ไม่เช่นนั้นอียูอาจระงับการนำเข้าอาหารทะเลจากไทย
ด้าน นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า วันที่ 24 พ.ค. นายปีติพงศ์ได้เรียกประชุมข้าราชการระดับสูง อธิบดีและรองอธิบดีทุกกรม เพื่อวางกรอบการทำงานภายใต้นโยบายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งดำเนินการทำงานให้เกิดเป็นรูปธรรม และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรได้ในทุกมิติ
นอกจากนี้ จะต้องเร่งปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรทุกชนิด โดยเตรียมวางแผนการผลิตที่ดี ไม่ให้มีผลผลิตล้นตลาด จะต้องสามารถเชื่อมโยงภาคการผลิตกับผู้บริโภค ภาคอุตสาหกรรมและภาคการส่งออกให้ได้ เพื่อขจัดปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำที่เป็นปัญหาเรื้อรัง โดยเฉพาะข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง
“รมว.เกษตรฯ จะขันนอตซักซ้อมการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เตรียมความพร้อมเรื่องราคายาง ข้าว ปาล์ม งานเร่งด่วนตอนนี้คือการเกษตรแปลงใหญ่ ทุกพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ต้องมีรูปแบบและขับเคลื่อนให้ได้ภายใน 3-6 เดือน การทำงานทุกอย่างต้องเห็นผลสัมฤทธิ์ คือตัวเกษตรกรเองมีความเป็นอยู่ดีขึ้น”นายชวลิต กล่าว







