posttoday
PTTEPหั่นเป้าขาย

PTTEPหั่นเป้าขาย

22 พฤษภาคม 2558

PTTEP เสนอบอร์ดเดือนนี้ หั่นเป้าขายปีนี้เหลือ 3% บจ.mai จิ๋วแต่แจ๋วกำไรโต 43.52%

PTTEP เสนอบอร์ดเดือนนี้ หั่นเป้าขายปีนี้เหลือ 3% บจ.mai จิ๋วแต่แจ๋วกำไรโต 43.52%

น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เปิดเผยว่า ฝ่ายจัดการจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อให้พิจารณาปรับลดเป้าหมายการเติบโตปริมาณการขายปิโตรเลียมในปีนี้ลงเหลือ 3% จากเดิมตั้งเป้าหมายจะขยายตัว 6% จากปี 2557 ที่มีปริมาณการขาย 3.2 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน  

ทั้งนี้ การปรับลดเป้าหมายดังกล่าวเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้ลดลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายยังมีการเติบโต โดยเป็นผลมาจากแหล่งผลิตในซอติก้าจะรับรู้เต็มปี แหล่งผลิตในแอลจีเรีย รวมถึง Hess Exploration

สำหรับรายได้และกำไรของบริษัทในปีนี้เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมัน และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งขณะนี้มีความผันผวนสูง โดยในแง่ของราคาน้ำมันนั้นบริษัทยังคงใช้คาดการณ์เดิมคาดว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

นอกจากนี้ ในแง่ของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าย่อมส่งผลดีต่อบริษัทในแง่ของกำไรเมื่อแปลงเป็นค่าเงินบาท ขณะเดียวกันบริษัทมีต้นทุนทางภาษีเช่นกัน

น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าวอีกว่า บริษัทได้ปรับลดเงินลงทุนปีนี้เหลือ 2,500-2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ตั้งไว้ 3,070 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานในการชะลอการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการซื้อกิจการนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะในจังหวะราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และมีหลายๆ โครงการเสนอเงื่อนไขให้บริษัทพิจารณาอยู่

“ในเรื่องของการซื้อกิจการนั้น บริษัทมองๆ อยู่ และหาจังหวะเหมาะสม หากมีโอกาสที่ดีเข้ามาบริษัทก็พร้อมในการเข้าซื้อกิจการ เพราะมีเงินสดในมือเหลืออยู่จำนวนมาก โดยในปีนี้น่าจะเห็นภาพการเข้าไปซื้อกิจการของบริษัทอีก ซึ่งบริษัทให้ความสนใจเข้าไปซื้อในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว

กรณีบริษัท ทริส เรทติ้ง ได้แสดงความกังวลถึงโครงการลงทุนของ PTTEP นั้น น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าวในประเด็นดังกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติของบริษัทจัดอันดับเครดิต จะแสดงความกังวลถึงแผนการลงทุนของบริษัท หากการเข้าไปซื้อกิจการบางอย่างจะไม่ก่อให้เกิดรายได้ และจะกลายเป็นความเสี่ยงให้กับบริษัท

ทั้งนี้ ทางบริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบริหารจัดการการลงทุน และโครงสร้างทางการเงินในปัจจุบันนี้ยังมีความแข็งแรง และแม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง บริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาอันดับเครดิตไว้ได้ที่ระดับเดิม

สำหรับปริมาณการขายปิโตรเลียมในไตรมาส 2 คาดว่าจะมีการเติบโตจากไตรมาสแรกเล็กน้อย ซึ่งมีปริมาณการขายเฉลี่ยที่ 3.2 แสนบาร์เรล/วัน ขณะที่บริษัทจะพยายามรักษาระดับการใช้จ่าย น่าจะทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ไม่น่าจะแย่ แต่ทั้งนี้บริษัทจะมีการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน และอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด

น.ส.เพ็ญจันทร์ ยังกล่าวถึงสัมปทานรอบที่ 21 ที่จะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.นั้น บริษัทจะเข้าร่วมอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการ เพราะไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดการชะงักงันทางด้านพลังงานได้ จากสัมปทานเดิมใกล้จะหมดอายุลงแล้ว คือในส่วนของยูโนแคล 1 2 3 5 และบงกชทั้งสองแหล่ง คิดเป็น 60-65% ของกำลังการผลิตในอ่าวไทย ขณะที่แหล่งทับซ้อนระหว่างไทยและกัมพูชานั้น เป็นเรื่องระดับรัฐบาลจะเป็นผู้เจรจา

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 109 บริษัท จาก 114 บริษัท (ไม่รวมบริษัทที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนหรือ NC บริษัทที่ยังไม่ส่งงบการเงินตามกำหนดและบริษัทที่ยังไม่ครบกำหนดส่งงบการเงิน) มีกำไรสุทธิ 2,348 ล้านบาท โตขึ้น 43.52%เมื่อเปรียบเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,636 ล้านบาท

นอกจากนี้ มียอดขายรวม 3.01 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.06% จากงวดเดียวกันของปีก่อนขณะที่ต้นทุนขายโดยรวมลดลง 2.61% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 21.64% เป็น 25.95%

“แม้ว่าจะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่ บจ.ใน mai ยังสามารถรักษาการเติบโตของยอดขายและกำไรสุทธิไว้ได้ เนื่องจากการบริหาร
จัดการต้นทุนขายให้ต่ำลง ทำให้ประสิทธิภาพในการทำกำไรสูงขึ้น” นายประพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ 5 บริษัทที่มีกำไรสุทธิสูงสุดในไตรมาสแรก ได้แก่ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) มีกำไรสุทธิ 753 ล้านบาท บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) 580 ล้านบาท บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ (JSP) มีกำไร  246 ล้านบาท บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) มีกำไรสุทธิ 140 ล้านบาท และบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK) มีกำไร 111 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า