posttoday
สอน.ไม่ค้านน้ำอัดลมขึ้นราคา

สอน.ไม่ค้านน้ำอัดลมขึ้นราคา

29 มิถุนายน 2553

สอน.ไม่ค้านหากผู้ผลิตน้ำอัดลมขอปรับขึ้นราคา เหตุไม่ใช่สินค้าควบคุม แต่จะควบคุมราคาน้ำตาลในระดับนี้ไว้ เพราะราคาถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก และเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตในการคำนวนต้นทุนที่แน่นอน

สอน.ไม่ค้านหากผู้ผลิตน้ำอัดลมขอปรับขึ้นราคา เหตุไม่ใช่สินค้าควบคุม แต่จะควบคุมราคาน้ำตาลในระดับนี้ไว้ เพราะราคาถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก และเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตในการคำนวนต้นทุนที่แน่นอน

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า สินค้าเครื่องดื่มน้ำอัดลมไม่ใช่สินค้าควบคุม การที่ผู้ประกอบการมาขอปรับขึ้นราคาสามารถทำได้อยู่แล้ว หากผู้ผลิตมีเหตุผลเพียงพอที่จะชี้แจงต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นก็ควรจะปล่อยให้มีการปรับราคาตามต้นทุนที่แท้จริง

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมมองว่าต้นทุนน้ำตาลทรายแม้ว่าจะเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะนำมาอ้างในการขึ้นราคา และทางสอน.มองว่าการที่ราคาน้ำตาลขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 19 บาทต่อกิโลกรัม (ราคาหน้าโรงงาน) ก็ยังเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาน้ำตาลในประเทศเพื่อบ้าน ยกเว้นมาเลเซียที่มีการอุดหนุนจากรัฐบาล โดยฟิลิปปินส์ราคาอยู่ที่ 43.72 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) กัมพูชา 26 บาทต่อกก. สิงคโปร์ 31.78 บาทต่อกก. พม่า 23.97 บาทต่อกก. รัสเซีย 31.69 บาทต่อกก. ทำให้น้ำอัดลมในประเทศเพื่อนบ้านจึงสูงกว่าราคาน้ำอัดลมในประเทศกว่า 50%

นอกจากนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเครื่องดื่มขยายตัวไม่น้อยกว่า 30%  เพราะได้รับอานิสงค์จากอากาศร้อนจัด และเทศกาลบอลโลก ทำให้ความต้องการน้ำอัดลงมีเพิ่มมากขึ้น 

ดังนั้น การที่ราคาน้ำตาลทรายอยู่ในระดับ 19 บาทต่อกิโลกรัม ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการก็ยังคงถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และการที่ขายน้ำตาลอยู่ในราคาควบคุมดังกล่าว จะยิ่งส่งผลดีให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนการผลิตได้แน่นอน

“การปรับขึ้นราคาน้ำอัดลมไม่ใช่ปัญหา สามารถทำได้ เพราะไม่ใช่สินค้าควบคุมและเป็นสินค้าทางเลือกของประชาชน แต่ทางเราก็จะควบคุมต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้ในระดับนี้ เพราะต้องมองในระยะยาวด้วย ซึ่งการที่น้ำตาลไทยเป็นสินค้าควบคุมการเปลี่ยนแปลงจึงยากที่ผ่านมาถือเป็นต้นทุนที่ทำให้ผู้ประกอบการวางแผนการผลิตได้ง่ายมาก จึงอยากให้มองน้ำตาลในทุกมิติอย่ามองมิติใดมิติหนึ่งแล้วแก้ปัญหา เพราะถ้าเรากดราคาแล้วเกษตรกรอยู่ไม่ได้ ในอนาคตจะมีปัญหาหากต้องมีการนำเข้าน้ำตาล”นายประเสริฐกล่าว

ทั้งนี้  ราคาน้ำตาลในรอบ 25 ปีของไทยขึ้นราคามาเพียง 4 ครั้ง จาก 13.00 บาท เป็น 13.50 บาท ในปี 2541เพิ่มเป็น 14.25 บาท ในปี 2543 เพิ่มขึ้นเป็น 17.50 บาท ในปี 2549 และสุดท้ายมาอยู่ที่ระดับ 22.85 บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการที่ราคาน้ำตาลไม่เปลี่ยนแปลงทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการใช้วัตถุดิบได้ และมีต้นทุนที่นิ่งมาตลอด

สำหรับกรณีการขึ้นงวดน้ำตาลเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่นำงวด 51 มาเพิ่มเป็น 8.03 แสนกระสอบล่าสุดการจำหน่ายวันที่ 28 มิ.ย.วันเดียวสูงถึง 2.13 แสนกระสอบซึ่งถือว่าได้ผลในแง่จิตวิทยาที่ได้เพิ่มน้ำตาลออกสู่ตลาดและยังคงค้างกระดาน ณ วันที่ 28 มิ.ย. 1.74 ล้านกระสอบ แบ่งเป็นของกระทรวงพาณิชย์ 6.38 แสนระสอบ และของระบบ 1.1 ล้านกระสอบ

แหล่งข่าวจาก 3 สมาคมโรงงานน้ำตาล กล่าวว่า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มรวมใช้น้ำตาลปีละ  4-5 แสนตันโดยเฉพาะผู้ผลิตน้ำอัดลมจะใช้มากสุดที่เฉลี่ยปีละ 3 แสนตัน โดยผู้ประกอบการจะซื้อน้ำตาลในราคาหน้าโรงงานที่ระดับ 19 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าขนส่ง ซึ่งในปีที่ผ่านมาที่น้ำตาลโควตา ก (น้ำตาลเพื่อบริโภคในประเทศ) ล้นตลาด ผู้ผลิตก็ซื้อน้ำตาลแบบลดราคาอยู่แล้ว และบางครั้งก็ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง เพราะโรงงานต้องการขายให้ผู้ผลิตน้ำอัดลม ที่เป็นลูกค้ามีสัญญาแน่นอนและซื้อในปริมาณมากอยู่แล้ว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท