
หุ้นไทยภาคเช้า20พ.ค.ปิดลดลง3.40จุด
ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้า 20 พ.ค.ปิดที่ 1,522.56 จุด ลดลง 3.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,106.44 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้า 20 พ.ค.ปิดที่ 1,522.56 จุด ลดลง 3.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,106.44 ล้านบาท
เมื่อวันที่20 พ.ค. ดัชนีหุ้นภาคเช้าปิดตลาดที่ 1,522.56 จุด ลดลง 3.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,106.44 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.CPALL ปิดที่ 47.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,299.41 ล้านบาท
2.KBANK ปิดที่ 202.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,151.90 ล้านบาท
3.GPSC ปิดที่ 27.50 บาท ลดลง -0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,106.10 ล้านบาท
4.JAS ปิดที่ 5.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท มูลค่าการซื้อขาย 874.81 ล้านบาท
5.TASCO ปิดที่ 16.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 814.89 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บล.โนมูระพัฒนสิน คาดดัชนีวันนี้ จะเคลื่อนไหว ในกรอบแนวต้าน 1,533/1,539 จุด และแนวรับ 1,515/1,510จุด ภาพตลาดสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้นยังคงมี momentum เชิงบวกทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ และในประเทศ โดยสำหรับปัจจัยต่างประเทศ ลุ้นทางออกวิกฤติหนี้กรีซเกิดขึ้นในสิ้นเดือน พค.นี้ หลังนายกฯเยอรมัน-กรีซเตรียมหารือนอกรอบสัปดาห์นี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกรีซ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 11% (หลังทำจุดสูงสุดรอบนี้ช่วง 21/4/15 ที่ระดับ 13.43%) สะท้อนตลาดคลายความกังวลลง ผสานถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของ ECB ที่เตรียมเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตรในช่วงเดือน พ.ค. – มิ.ย. (Front loading) มากขึ้น ช่วยเพิ่มแรงกระตุ้นในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับ เงินเหรียญสหรัฐ
สำหรับ ปัจจัยในประเทศ แรงหนุนจากเม็ดเงิน Trigger Fund ช่วยสร้าง sentiment บวกกับตลาด รวมถึงทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงนี้ ช่วยจำกัดทิศทางของ Fund Flow ไหลออกชะลอตัวลง อีกทั้งความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ น่าจะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2H15 ขานรับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยทีช่วยหนุนให้ภาพรวมตลาดสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป







