posttoday
คลื่นวิทยุวิ่งสู้ฟัด 103ไลค์ปรับขนานใหญ่

คลื่นวิทยุวิ่งสู้ฟัด 103ไลค์ปรับขนานใหญ่

20 พฤษภาคม 2558

ภาพรวมธุรกิจคลื่นวิทยุที่ประเมินว่ามีมูลค่าประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาต้องเผชิญมรสุมอย่างหนัก ทั้งจากเศรษฐกิจ การเมือง

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

ภาพรวมธุรกิจคลื่นวิทยุที่ประเมินว่ามีมูลค่าประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาต้องเผชิญมรสุมอย่างหนัก ทั้งจากเศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ของผู้ฟังที่เปลี่ยนไป ทำให้ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการในธุรกิจนี้เลิกกิจการไปไม่น้อย ขณะเดียวกันก็มีรายใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้เช่นกัน

จากแนวโน้มดังกล่าว เป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผู้ประกอบการรายเดิมที่ต้องดิ้นหาวิธีอยู่รอด เพราะมองว่าธุรกิจนี้ยังมีโอกาสอยู่ได้ หากสามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เพียงแต่การเติบโตจะไม่หวือหวาอีกต่อไป

บริษัท ซีเอเอ็มจี (ประเทศไทย) เจ้าของสัมปทานคลื่น 103 ไลค์ เอฟเอ็ม (103 Like FM) เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการคลื่นวิทยุที่เผชิญภาวะดังกล่าวเช่นกัน แต่ยังฮึดสู้ด้วยการปรับทัพธุรกิจครั้งใหญ่ในปีนี้ ทั้งการรีแบรนด์คลื่นจาก 103 ไลค์ เอฟเอ็ม เป็น เอฟเอ็ม 103 ไลค์ แซทเทลไลท์ รวมถึงการแตกธุรกิจในเครือสู่ผู้ให้บริการกล่อง
ไอพีทีวี และการขยายคลื่นวิทยุไปยังประเทศลาวและพม่า

สกนธ์ เจียมบรรจง ประธานกรรมการบริหาร คลื่น เอฟเอ็ม 103 ไลค์ แซทเทลไลท์ กล่าวว่า ปีนี้จะเป็นปีสำคัญของการปรับธุรกิจครั้งใหญ่ เริ่มจากการรีแบรนด์สู่ เอฟเอ็ม 103 ไลค์ แซทเทลไลท์ โดยวางเป้าหมายเป็นสถานีที่แซทเทลไลท์เพลงเพราะที่สุดครอบคลุมทั้งประเทศ พร้อมกลับมาทำตลาดคลื่นวิทยุในต่างจังหวัดอีกครั้ง

“ในช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหาและ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ทำให้บริษัทต้องหยุดทำธุรกิจคลื่นวิทยุที่มีกว่า 16 จังหวัดเมื่อกลางปี 2557 มีผลให้ธุรกิจวิทยุชะงักไป แต่โชคดีที่ช่วงต้นปีวิทยุต่างจังหวัดเติบโตทำให้ทั้งปี 2557 เรายังเติบโตได้ 10% ขณะที่ภาพรวมธุรกิจวิทยุทรงตัว”

อย่างไรก็ตาม หลังจากการเมืองเริ่มคลี่คลาย ทำให้บริษัทสามารถเข้าไปสัมปทานคลื่นวิทยุในต่างจังหวัดได้อีกครั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันบริษัทสามารถขยายคลื่นวิทยุใน 15 จังหวัดแล้วและตั้งเป้าจะเพิ่มให้ครบ 30 จังหวัดภายในปีนี้ โดยจะใช้งบลงทุนในธุรกิจวิทยุ 72 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมองเห็นโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 นี้ ด้วยการเข้าไปสัมปทานคลื่นวิทยุในประเทศลาว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือน ก.ค.ปีนี้ รวมทั้งมีคลื่นวิทยุที่ประเทศพม่าที่ดำเนินการร่วมกับพาร์ตเนอร์อยู่แล้ว

การขยายธุรกิจคลื่นวิทยุในลาวและพม่าครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างฐานธุรกิจเพื่อต่อยอดไปสู่การขยายธุรกิจทัวร์ในสองประเทศดังกล่าวอีกด้วย โดยเบื้องต้นได้จัดตั้งบริษัท แฮปปี้ ดราก้อน เพื่อดำเนินธุรกิจทัวร์ ซึ่งระยะแรกจะใช้เครือข่ายของผู้ร่วมทุนชาวจีนที่สนใจเข้ามาท่องเที่ยวหรือจัดอบรม สัมมนา ในลาวและพม่าก่อน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ โอเรียลทอล ซีเอเอ็มจี เพื่อดำเนินธุรกิจไอพีทีวี หรือกล่องดูทีวีออนไลน์ผ่านไวไฟหรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต ภายใต้ชื่อโอซีทีวี โดยเน้นจับกลุ่มคนจีนที่ทำงานในประเทศไทย นักท่องเที่ยวจีน และคนไทยเชื้อสายจีนโดยเฉพาะ ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นจีนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นละคร ซีรี่ส์ เกมโชว์ การ์ตูน ฯลฯ ที่เป็นภาษาจีน วางราคาจำหน่ายพร้อมแพ็กเกจ 1 ปี 7,200 บาท

“จากการสำรวจพบว่ามีคนจีนที่เข้ามาอยู่ในไทยไม่ต่ำกว่า 3 แสนคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เราตั้งเป้าปีแรกได้ 1% ของกลุ่มนี้หรือ 3,000 กล่องในปีแรกก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 500-600 กล่อง โดยใช้งบลงทุนด้านคอนเทนต์25 ล้านบาท และทำตลาด 5 ล้านบาท เน้นการออกบูธไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยตรง”

การเข้ามาจับตลาดนิชมาร์เก็ตกลุ่มคนจีนครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพราะมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่ยังไม่มีคู่แข่ง ขณะที่กลุ่มเป้าหมายมีกำลังซื้อ และบริษัทยังได้พาร์ตเนอร์ใหม่ที่เป็นนักลงทุนในจีนซึ่งมีคอนเทนต์อยู่ในมือพร้อมแล้ว โดยบริษัทใหม่นี้มีผู้ร่วมทุนชาวจีนเข้ามาถือหุ้น 49% และคนไทย 51% ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 10 ล้านบาท

จากแผนการขยายธุรกิจดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลให้รายได้ของบริษัทในปีนี้เติบโตจาก 72 ล้านบาทในปี 2557 เป็นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทปีนี้ โดยเป็นรายได้จากวิทยุเท่าเดิมคือ 72 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจใหม่ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมธุรกิจวิทยุทั้งตลาดคาดว่าจะหดตัวไม่ต่ำกว่า 5%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ