เบี้ยประกันชีวิต 3 เดือนแรกติดลบ 1.06%
สมาคมประกันชีวิตไทยเผย เบี้ยประกันชีวิตรับรวมไตรมาสแรก ปี 2558 เติบโตลดลง 1.06 %
สมาคมประกันชีวิตไทยเผย เบี้ยประกันชีวิตรับรวมไตรมาสแรก ปี 2558 เติบโตลดลง 1.06 %
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรก ปี 2558 (มกราคม-มีนาคม) ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 133,739 ล้านบาท โดยอัตราการเติบโตลดลงจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน 1.06% แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ จำนวน 39,556 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตลดลง 21.86% และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อ จำนวน 94,183 ล้านบาท มีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์อยู่ที่ 84% หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 11.39%
สำหรับ อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิต ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2558 ลดลง 1.0621% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยเบี้ยประกันชีวิตที่ขายผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต รวมทั้งสิ้น 62,330.2 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4% การขายผ่านช่องทางธนาคารมีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 61,294.6 ล้านบาท เติบโตลดลง 7.10% การขายผ่านช่องทางอื่นๆ มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 6,048.8 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10.10% และการขายผ่านช่องทางโทรศัพท์มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 4,065.3 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4.56%
นายสาระ กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยประกันชีวิตรับรวมมีอัตราการเติบโตที่ลดลง นั้นมาจากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายนอกประกอบด้วยภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวลง การมีอัตราค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ขณะเดียวกันยังมีผลต่อการชะลอตัวลงของการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ จึงส่งผลต่อการชะลอตัวของเบี้ยประกันชีวิตกลุ่มแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว (MRTA) ส่วนปัจจัยภายในประกอบด้วยการปรับเปลี่ยนนโยบายของแต่ละบริษัทในการบริหารจัดการแบบประกัน เพื่อสร้างความมั่นคงและมีเสถียรภาพของบริษัท จึงมีผลทำให้เบี้ยประกันบางประเภทมีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม ช่องทางการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตยังคงมีสัดส่วนสูงที่สุด อยู่ที่ 46.61% ของเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งหมด รองลงมาเป็นการขายผ่านช่องทางธนาคาร แม้ว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง แต่ยังคงสัดส่วนถึง 45.83% อันดับสามเป็นการขายผ่านช่องทางอื่นๆ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 4.52% และอันดับสุดท้ายเป็นการขายผ่านช่องทางโทรศัพท์ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 3.04%
ทั้งนี้ สมาคมพิจารณาข้อมูลสถิติของธุรกิจประกันชีวิต แยกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกคือ ขนาดของบริษัท ซึ่งพิจารณาจากการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวม หมายถึงเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (New Business Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป (Renewal Premium) โดยจะต้องพิจารณาถึงอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตด้วย และส่วนที่สองคือ การขยายงานของบริษัท ซึ่งพิจารณาจากการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่เพียงอย่างเดียว หมายถึง เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก (First Year Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว (Single Premium)
สถิติเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 3 เดือนแรกของปี 2558 ที่สมาคมประกันชีวิตไทยรวบรวมได้ในขณะนี้ มีดังนี้
1. เบี้ยประกันชีวิตรับรวม ตั้งแต่มกราคม-มีนาคม 2558 รวมทั้งสิ้น 133,739 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตลดลงจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน 1.06% โดยบริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมสูงสุด หรือมีขนาดใหญ่สูงสุด 7 อันดับแรก ได้แก่
อันดับที่ 1 บริษัท เอ.ไอ.เอ. มีจำนวน 27,566.92 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 20.61%
อันดับที่ 2 บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต มีจำนวน 23,713.25 ล้านบาท คิดสัดส่วนการตลาด 17.73%
อันดับที่ 3 บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต มีจำนวน 16,021.61 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 11.98%
อันดับที่ 4 บริษัทไทยประกันชีวิต มีจำนวน 15,194.70 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 11.36%
อันดับที่ 5 บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต มีจำนวน 13,885.09 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 10.38%
อันดับที่ 6 บริษัทกรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต มีจำนวน 13,091.46 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 9.79%
อันดับที่ 7 บริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต มีจำนวน 6,806.22 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 5.09%
สัดส่วนการตลาดของบริษัท 7 อันดับแรก คิดเป็น 86.94% และอีก 17 บริษัทที่เหลือ มีสัดส่วนการตลาด คิดเป็น 13.06%
2. เบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ ตั้งแต่มกราคม-มีนาคม 2558 พิจารณาจากจำนวนเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกรวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว รวมทั้งสิ้น 39,556 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตลดลงจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน 21.86% บริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่สูงสุด หรือมีการขยายงานสูงสุด 7 อันดับแรก คือ
อันดับที่ 1 บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำนวน 10,467.9 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 26.46%
อันดับที่ 2 บริษัท เอ.ไอ.เอ. จำนวน 6,260.0 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 15.83%
อันดับที่ 3 บริษัทกรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต จำนวน 4,646.8 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 11.75%
อันดับที่ 4 บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำนวน 4,372.3 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 11.05%
อันดับที่ 5 บริษัทไทยประกันชีวิต จำนวน 3,588.3 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 9.07%
อันดับที่ 6 บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำนวน 2,108.1 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 5.33%
อันดับที่ 7 บริษัทพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำนวน 1,899.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 4.80%







