
ต้นตำรับอาหารไทย ไอเดียใหม่ ที่ 'กะทิ'
“อาหารไทย” เป็นสุดยอดอาหารยอดนิยมระดับโลกและติดอันดับหนึ่งในสามของโลก ที่คนทั่วโลกต่างยกย่องในรสชาติความอร่อย
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
“อาหารไทย” เป็นสุดยอดอาหารยอดนิยมระดับโลกและติดอันดับหนึ่งในสามของโลก ที่คนทั่วโลกต่างยกย่องในรสชาติความอร่อย แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการกำหนดมาตรฐานของอาหารไทยที่ควรเป็น ทำให้เมื่ออาหารไทยไปเปิดสาขาในต่างประเทศ จึงเกิดปัญหารสชาติตามมา หน่วยงานรัฐและเอกชน ผนึกกำลังทำโครงการสร้างอาหารไทยในชื่อ Thai Delicious ที่จะสร้างอาหารไทยตามมาตรฐาน และเป็นรสชาติของอาหารไทยแท้จริง
“มรุต ชโลธร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาโก กรุ๊ป แอนด์ ไอ-มารุ โกลบอล และบริษัท ไทยดิลิเชียส โกลบอล เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับภาครัฐและสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. รวมถึงเชฟไทย และอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญอาจารย์ไทย มาร่วมทำโครงการไทยดิลิเชียส เพื่อสร้างอาหารไทยให้มีมาตรฐานถูกต้อง และยกระดับอาหารไทย ดังนั้น หลังจากการร่วมมือทำโครงการดังกล่าวแล้ว จึงได้สูตรมาตรฐานอาหารไทย มารวมอยู่ในร้านอาหารไทยชื่อ “กะทิ” ไว้ทั้งหมด
“ร้านอาหารไทยกะทิ” (Kati) อยู่ในโครงการพิมาน 49 หรือ สุขุมวิท 49 ได้กำหนดให้เป็นร้านอาหารไทยสูตรมาตรฐานตามโครงการกำหนด รวบรวมอาหารไทยที่ขึ้นชื่อแต่ละภูมิภาค ทั้งเมนูผัดไทย ต้มยำกุ้ง เมนูไก่กอและข้าวซอย เป็นต้น จึงได้รสชาติอาหารไทยต้นตำรับไทยแท้ พร้อมกับมุ่งสร้างนวัตกรรมและความเป็นครีเอทีฟให้แก่อาหารไทย
อีกทั้งมีความแตกต่างที่ในร้านมีข้าวไทยให้เลือกถึง 5 ชนิด ทั้งข้าวกล้อง ข้าวหอมมะลิ และข้าวหอมนิล เป็นต้น เพื่อร่วมสนับสนุนข้าวไทย ส่วนเมนูขนมหวานและเครื่องดื่ม ก็ใส่ไอเดียออกแบบใหม่ ทั้งน้ำแข็งไสชาไทย กรานิต้ากล้วยเชื่อม และเบียร์มะม่วง ที่มีเป็นครั้งแรกในโลก ส่วนการออกแบบจัดวางอาหารทำไว้โดดเด่น ทั้งการตกแต่งและภาชนะก็เป็นแบบไทย
พร้อมกับเลือกแต่งร้านอาหารกะทิ ให้เป็นร้านไลฟ์สไตล์ไทยอาหารไทย (Lifestyle Meal) ให้บรรยากาศแบบใหม่ผสมกับความเป็นไทยรวมถึงความเป็นไทยที่แฝงความเป็นชนบทไว้ในร้าน ส่วนวัตถุดิบก็เลือกคุณภาพสูง และเป็นวัตถุดิบที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค อีกทั้งในร้านก็ไม่มีการใส่ผงชูรส
“มรุต” กล่าวต่อว่า กะทิวางเป้าหมายจะสร้างแบรนด์ให้ติดอันดับต้นๆ ในประเทศไทยและในโลก รวมทั้งพร้อมเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมทุนเพื่อขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยร้านแห่งนี้จะเปรียบเสมือนครัวกลางในการสร้างวัตถุดิบต่างๆ ในการปรุงอาหาร ดังนั้น ผู้สนใจเปิดสาขาร้านอาหารกะทิจะไม่มีปัญหาทั้งเรื่อง การปรุง และคัดเลือกวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งคาดว่าในปี 2559 สนใจเปิดร้านอาหารต่างประเทศ
“โอกาสของร้านอาหารไทยในตลาดโลกมีอีกมาก เพราะอาหารไทยติดอันดับต้นๆ ในโลก และความชื่นชอบของอาหารไทยมีมากขึ้น ประกอบกับอาหารไทยที่มีอยู่ในต่างประเทศจำนวนมาก ยังไม่ได้ตามสูตรและรสชาติของอาหารไทย เกิดปัญหาร้านอาหารไทยมีรสชาติที่ผิดเพี้ยน ทำให้ภาครัฐมีแนวคิดอยากสร้างอาหารไทยที่มีมาตรฐานอาหารไทยแท้ และร้านกะทิ ก็จะร่วมสร้างมาตรฐานอาหารไทยสู่ตลาดโลก” มรุต กล่าว
สำหรับร้านกะทิและโครงการ Thai Delicious ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยได้เริ่มเปิดให้บริการแก่ลูกค้าประมาณเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เริ่มช่องทางทำตลาดผ่านออนไลน์และเฟซบุ๊ก เป็นแบรนด์ใหม่ที่ไม่ได้แข่งขันกับแบรนด์ใด เชื่อว่าผลการดำเนินงานในปีแรกจะขยายตัวได้อย่างน่าพอใจ และระยะยาวจะสามารถสร้างแบรนด์ได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งแบรนด์กะทิ ก็สนใจเปิดสาขาได้
ทั่วโลก
“กะทิ” ร้านอาหารไทยน้องใหม่ ที่ผสมทั้งอาหารไทยต้นตำรับมาตรฐาน Thai Delicious และการคิดค้นเมนูใหม่ๆ จึงเป็นที่สุดของร้านอาหารไทย ที่รวมไอเดียสร้างสรรค์ไว้มากสุดแห่งหนึ่ง โดยอีกไม่นาน แบรนด์นี้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงร้านอาหารไทยไปทั่วโลกแน่นอน







