
จับตาครึ่งทาง ‘ไซยะบุรี’ 1 โครงการ-ชะตา 4 ชาติ
โครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี บนแม่น้ำโขง ในประเทศลาว เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีการถกเถียงกันมาอย่างยาวนานถึงข้อดีข้อเสีย
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี บนแม่น้ำโขง ในประเทศลาว เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีการถกเถียงกันมาอย่างยาวนานถึงข้อดีข้อเสีย รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อวิถีชีวิตของทั้งมนุษย์และสัตว์จำนวนมหาศาล เพราะแม้โครงการจะตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำโขงตอนล่าง แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนอาเซียนถึง 4 ประเทศ ล่าสุดโครงการดังกล่าวดำเนินการก่อสร้างมาถึงครึ่งทางแล้ว
สมควร วัฒกีกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ บริษัทในเครือ ช.การช่าง ซึ่งได้รับสัมปทานก่อสร้างโครงการดังกล่าวจากลาว ระบุว่า โครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี มีมูลค่าโครงการ 1.15 แสนล้านบาท เมื่อก่อสร้างเสร็จจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,285 เมกะวัตต์ ส่งกลับมาขายยังไทย 95% ขายในลาว 5%
แผนงานที่ต้องทำทั้งหมดในโครงการจะต้องใช้ระยะเวลารวม 30-40 ปี บริษัทใช้เวลาก่อนการก่อสร้างประมาณ 4 ปี สำรวจและศึกษาเรื่องต่างๆ เพื่อดำเนินการ ขณะที่แผนการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมทั้งหมด 8 ปี ขณะนี้ก่อสร้างมาแล้ว 4 ปี หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะสามารถก่อสร้างเสร็จได้ตามกำหนดเดิมในปี 2562
ทั้งนี้ กรณีที่ประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ซึ่งประกอบด้วยประเทศในแถบลุ่มน้ำโขงตอนล่าง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการ ทางลาวก็ได้นำแนวปฏิบัติและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเรื่องเกี่ยวกับตะกอนจากโครงการและปลาในแถบลุ่มน้ำโขงมาพิจารณา และให้มีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากต่างประเทศ เพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม หลังการศึกษา ที่ปรึกษาก็ได้ให้ปรับปรุงแก้ไขแบบบางส่วน
“จากนั้นลองทดสอบโมเดล ตั้งกล้อง 3 จุด เพื่อบันทึกภาพปลาผ่านไปมาตลอด 24 ชั่วโมง จนเราได้ข้อมูลว่าปลาจะผ่านบริเวณดังกล่าวเยอะในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. จากนั้นก็จับปลามาดู พบว่ามี 5 ชนิดหลัก เช่น ปลาสะกาง ปลาสร้อย แล้วมาทดสอบว่าปลาจะว่ายผ่านไหวหรือไม่ หากความเร็วของน้ำเปลี่ยนแปลงไป”
นอกจากนี้ บริษัทได้นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงโครงการเพิ่มเติม ปรับแบบใหม่ให้มีทางปลาผ่าน (Fish Lock) เปลี่ยนความกว้าง-ลึกให้ปลาว่ายง่ายขึ้น จากเดิมกว้าง 10 เมตร เป็นกว้าง 18 เมตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ไม่เคยทำมาก่อนในเขื่อนอื่นๆ ขณะเดียวกันได้ออกแบบระบบระบายตะกอนไว้ในโครงการด้วย
“เทคโนโลยีดังกล่าวไม่เคยมีใครทำมาก่อนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่เป็นมาตรฐานระบบปลาในอนาคต หากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงโครงการ อื่นๆ ใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่บริษัทดำเนินการกับโครงการไซยะบุรี โครงการก็คงสามารถผ่านได้”
อย่างไรก็ตาม เปรมฤดี ดาวเรือง ผู้อำนวยการร่วมโครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง (TERRA) ระบุว่า ที่ผ่านมา กระบวนการดำเนินการก่อสร้างโครงการไซยะบุรีค่อนข้างสับสน ขาดความโปร่งใส เพราะไม่ได้เปิดเผยรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการฉบับล่าสุดต่อสาธารณะ ชาวบ้านในฝั่งไทยซึ่งจะได้รับผลกระทบเช่นกัน ยืนยันว่ากระบวนการขั้นตอนการแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง (PNCPA) ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เพราะไม่เคยมีการหารือ
นอกจากนี้ เวียดนามยังคงเรียกร้องอย่างต่อเนื่องตามข้อเสนอแนะการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ให้ชะลอการก่อสร้างโครงการออกไปก่อน 10 ปี
“ปัญหาเรื่องโครงการไซยะบุรี มีงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นแล้ว เช่น เรื่องทางปลาผ่าน ก็ศึกษามาแล้วว่าไม่น่าจะช่วยอะไรได้ และไม่เคยมีมาก่อนเลยในโลกนี้ ทางปลาผ่านจึงไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหา ควรจะมีเวทีให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาตอบคำถามชาวบ้าน แล้วคุยกันด้วยข้อมูลวิชาการ”
เอกสารปกป้องแม่น้ำโขง สายน้ำแห่งชีวิตของ TERRA ระบุว่า ปัจจุบันจีนได้สร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง ห่างจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ออกไป 600 กม. แต่ก็ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อไทยแล้ว ขณะที่โครงการไซยะบุรีอยู่ห่างจาก อ.เชียงคาน จ.เลย เพียง 200 กม.เท่านั้น คาดว่าหากโครงการสร้างเสร็จจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนฝั่งไทย 7 จังหวัด โดยเฉพาะด้านเกษตรและการประมง เนื่องจากพันธุ์ปลาและปริมาณปลาลดลง ที่สำคัญจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและลดระดับลงอย่างรวดเร็วในแต่ละวันด้วย







