
2 พี่น้อง ‘ลิปตพัลลภ’ ผนึกกำลังปั้นพราว เรียลเอสเตท
จากฐานธุรกิจที่มีประสบการณ์ ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัท ประยูรวิศว์ มานานกว่า 50 ปี
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
จากฐานธุรกิจที่มีประสบการณ์ ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัท ประยูรวิศว์ มานานกว่า 50 ปี ถึงวันนี้พร้อมเดินหน้าบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ อย่างเต็มตัวในชื่อ “พราว เรียลเอสเตท” บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่บริหารงานโดย “พราวพุธ ลิปตพัลลภ” ทายาทรุ่น 2 ลูกสาวของ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ มากรุยทางในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับมืออาชีพอย่าง “ธงชัย บุศราพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
วันนี้พร้อมแล้วกับการเปิดตัวทายาท “พสุ ลิปตพัลลภ” พี่ชาย “พราวพุธ” มานั่งแท่นตำแหน่งกรรมการบริหาร โดยได้เริ่มเข้ามาร่วมบริหารงานตั้งแต่ปลายปี 2557 หรือกว่า 5 เดือนที่ผ่านมา โดย
รับผิดชอบโครงการใหญ่ พาร์ค 24 มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.65 หมื่นล้านบาท ตั้งอยู่ใจกลางย่าน ดิ เอ็มดิสทริค ซึ่งทางกลุ่มเดอะมอลล์ได้เป็นพันธมิตร จากก่อนหน้านี้ที่ได้พัฒนาโครงการพาร์ค 24 เฟสแรก จำนวน 833 ยูนิต มียอดขายแล้ว 90% หรือกว่า 4,600 ล้านบาท เหลือขาย 70 ยูนิต เก็บไว้ขายเมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จ
“ผมมีประสบการณ์ด้านวาณิชธนกิจมานานกว่า 7 ปี ในตลาดตราสารหนี้และอนุพันธ์ในสิงคโปร์ ฮ่องกง และยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท เอลีท ซีเคียวริตี้ส์ ผู้ให้บริการด้านการเงิน บริการโบรกเกอร์ ด้านตราสารอนุพันธ์แก่สถาบันการเงินที่ตั้งนอกกรุงเทพฯ โดยได้นำประสบการณ์ทางด้านการเงินมาใช้ในการพัฒนาอสังหาฯ ซึ่งเรื่องการก่อสร้างนั้นถือว่าใหม่เลยก็ต้องเรียนรู้ แต่สิ่งที่เกี่ยวข้องคือการนำความรู้ทางด้านการเงินมาใช้ว่าจะขายโครงการ และทำงานร่วมกับสถาบันการเงินอย่างไร ให้มีผลตอบแทนร่วมกันที่ดี และก็ทำให้โครงการดีที่สุดให้กับลูกค้า” พสุ กล่าว
ที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ของไทยนั้น ยังมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการในทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เนื่องจากที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เหลือน้อยลงไปทุกวัน ทำให้โครงการที่เปิดตัวออกมาใหม่มียอดขายที่ดีและมีสินค้าเหลือขายอยู่ในตลาดน้อยมาก
อีกทั้งยังพบว่าแนวโน้มการซื้อของชาวต่างชาติมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะชาวสิงคโปร์ มาเลเซียฮ่องกง และไต้หวัน ส่วนหนึ่งมาจากผลตอบแทนจากการลงทุนสูงถึง 6-7% ขณะที่การซื้อห้องชุดในประเทศเหล่านั้นให้ผลตอบแทนเพียง 2% เท่านั้น และผลตอบแทนที่ได้เมื่อเทียบกับเป็นเงินสกุลของประเทศนั้นๆ ราคาขายในไทยถือว่าต่ำมาก และที่ดินในย่านกลางเมืองนั้นเหลือน้อยลงเรื่อยๆ คนต้องการซื้อมากขึ้นแต่เจ้าของที่ดินนั้นก็ไม่ต้องการขาย
นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังทำให้มีนักลงทุนเข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในไทยมากขึ้น ทั้งเพื่อการลงทุนและอยู่อาศัยเอง และหากนโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในไทยด้วยการลดภาษี ซึ่งจะทำให้ต่างชาติเข้ามาในไทยมากขึ้น
ปัจจุบันบริษัทได้เปิดขายเฟส 2 โครงการพาร์ค 24 ประกอบด้วย 3 อาคาร ความสูง 51 ชั้น 44 ชั้น และ 29 ชั้น จำนวน 1,174 ยูนิต ชั้นละ 12 ยูนิต ราคา 1.75 แสนบาท/ตารางเมตร หรือเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท มูลค่าโครงการในเฟส 2 จำนวน 1.05 หมื่นล้านบาท
จากประสบการณ์การขายโครงการพาร์ค 24 ในเฟสแรก พบว่ามีลูกค้าซื้อห้องชุดแบบยกชั้นถึง 10 ชั้น ทั้งที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและซื้อเพื่อลงทุน ทำให้ในเฟส 2 บริษัทได้จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ซื้อห้องชุดยกชั้นรับส่วนลด 10% ซื้อมากกว่า 4 ยูนิต รับส่วนลด 8% และซื้อน้อยกว่า 4 ยูนิต รับส่วนลด 5% นอกจากการทำการตลาดในไทยแล้วบริษัทยังได้ตัวแทนจำหน่าย 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และไต้หวัน โดยตั้งเป้าว่าภายใน 1 เดือน ถึงกลางเดือน มิ.ย. จะสามารถปิดการขายได้กว่า 50% ของห้องชุดที่เปิดขายทั้งหมด
พสุ กล่าวอีกว่า การเข้ามาบริหารโครงการร่วมกันกับ พราวพุธ นั้น ตนจะเน้นบริหารโครงการแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมในเมือง อย่างโครงการพาร์ค 24 เป็นหลัก ส่วนน้องสาวจะบริหารโครงการสวนน้ำที่หัวหิน สำหรับแนวคิดการพัฒนาโครงการนับจากนี้ จะเน้นการพัฒนาโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูสในแนวสูง จะไม่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว โดยจะต้องพัฒนาให้โครงการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้
ทั้งนี้ เห็นได้จากก่อนหน้านี้ได้พัฒนาโครงการโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ทระดับ 5 ดาว จำนวนทั้งหมด 119 ห้อง และอยู่ระหว่างก่อสร้างห้องพักเพิ่มเติมอีกจำนวน 40 ห้อง พร้อมกับห้องบอลรูมและห้องประชุมโครงการสวนน้ำวานา นาวา หัวหินภายใต้แนวคิดวอเตอร์ จังเกิล และโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ จำนวน 300 ห้อง มูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้านบาท โครงการบลูพอร์ท หัวหิน รีสอร์ทมอลล์ ศูนย์การค้าครบวงจรที่ร่วมกับกลุ่มเดอะมอลล์ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการในปลายปี 2559
“คาดหวังอย่างมากว่าโครงการที่บริหารนั้นจะต้องดูดี เนี้ยบ เป๊ะ โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนไว้มากและต้องทำตามให้ได้ตามนั้น ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนั้นต้องอยู่ไปอีกนาน จึงต้องการให้เป็นโครงการที่มีคุณภาพที่ดีเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์ค ให้เป็นไอคอนนิค ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีจิตวิญญาณของตนเอง ทำออกมาแล้วมีคนด่า คุณภาพไม่ดี ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการทำ” พสุ กล่าว
สำหรับรูปแบบการพัฒนาโครงการนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการราคาแพงๆ อย่างเดียว อย่างสวนน้ำวานา นาวา ก็เปิดให้กับคนทุกอาชีพ ทุกระดับรายได้เข้าใช้บริการได้ โดยรูปแบบการพัฒนานั้นขึ้นกับความต้องการของตลาดว่าเป็นรูปแบบใด ขณะที่สมาชิกในครอบครัวก็ช่วยกันพิจารณาที่ดินบริเวณกลางเมืองกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองอย่างภูเก็ตมาเพื่อพัฒนาโครงการต่อเนื่อง
ถึงวันนี้ พราว เรียลเอสเตท ได้เริ่มต้นพัฒนาอสังหาฯ ไปแล้วหลายโครงการในหัวหิน ทั้งโรงแรมและสวนน้ำ พร้อมๆ กับเร่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยอาศัยคุณภาพเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าช่วยบอกต่อได้ดีที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์...







