posttoday
คาดการฟื้นตัว ยังจำกัดที่ 1,515-1,520 จุด

คาดการฟื้นตัว ยังจำกัดที่ 1,515-1,520 จุด

18 พฤษภาคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยผันผวนโดยปรับลดลงราว 2% ก่อนปิดปรับขึ้นเล็กน้อย โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากการรายงานผลประกอบการหุ้นส่วนใหญ่ที่ออกมาทรงตัวถึงแย่กว่าคาด อีกทั้งแรงกดดันจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ปรับตัวขึ้นลดทอนความน่าสนใจของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของยูโรโซนปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐ เดือน เม.ย.มีสัญญาณลดลงช่วยลดทอนความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และทำให้ตลาดปรับขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ ก่อนปิดที่ 1,512 จุด เพิ่มขึ้น 0.11%

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยผันผวนโดยปรับลดลงราว 2% ก่อนปิดปรับขึ้นเล็กน้อย โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากการรายงานผลประกอบการหุ้นส่วนใหญ่ที่ออกมาทรงตัวถึงแย่กว่าคาด อีกทั้งแรงกดดันจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ปรับตัวขึ้นลดทอนความน่าสนใจของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของยูโรโซนปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐ เดือน เม.ย.มีสัญญาณลดลงช่วยลดทอนความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และทำให้ตลาดปรับขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ ก่อนปิดที่ 1,512 จุด เพิ่มขึ้น 0.11%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับขึ้น : แรงขายทำกำไรตลาดพันธบัตรโลก คาดเกิดจากความคาดหวังว่ามาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางยุโรป ( ECB) จะประสบความสำเร็จ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในฝั่งยุโรปและสหรัฐปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. 2558 หลังจากยุโรปรายงานอัตราเงินเฟ้อ (CPI) เดือน มี.ค. 2558 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี ที่ 1.1% MoM และมีแนวโน้มที่ระดับราคาจะปรับขึ้นต่อ ทำให้นักลงทุนคาดหวังต่อผลสำเร็จของมาตรการคิวอี จาก ECB จึงอาจเทขายเพื่อทำกำไรในตลาดพันธบัตรออกมา ส่งผลให้ตลาดการเงินทั้งพันธบัตรและหุ้นเผชิญความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นลบที่ทำให้ตลาดหุ้นเผชิญความผันผวนในระยะสั้น แต่เชื่อว่าจะเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะยาวจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและระดับราคา ซึ่งจะสนับสนุนภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยผ่านการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี

เศรษฐกิจไทยและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังมีโอกาสกดดันตลาดเดือน พ.ค.-มิ.ย. : การประกาศตัวเลขอัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1/2558 ในวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนแอ (ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง 0.7% จากไตรมาส 4 ปี 2557) อาจนำมาสู่การปรับลดประมาณการจีดีพี ปี 2558 ของตลาดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายเดือน พ.ค. (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) คาดจีดีพี ไตรมาส 1/2558 จะขยายตัว 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ติดลบ 0.5% จากไตรมาส 4 ปี 2558 สอดคล้องกับตลาดที่ปรับลดคาดการณ์ลงมาเหลือ 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ซึ่งเมื่อรวมกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1/2558 ที่ค่อนข้างอ่อนแอ ทำให้คิดว่าจะมีแรงกดดันต่อการปรับลดประมาณการในช่วง 1 เดือนข้างหน้า หรือระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจไทยน่าจะสามารถทยอยฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายและงบลงทุนของรัฐบาลซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันอุปสงค์ในประเทศ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม : 1) การประกาศจีดีพี ไทย วันที่ 18 พ.ค. 2) ความคืบหน้าร่างรัฐธรรมนูญ และจะมีการทำประชามติหรือไม่ วันที่ 19 พ.ค. และ 3) ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดการสร้างบ้าน ดัชนีผู้บริโภคเดือน เม.ย. และรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นทะลุ 1,497 จุด ทำให้มีโมเมนตัมในเชิงกลยุทธ์สำหรับการขึ้นต่ออีกราว 15-20 จุด ซึ่่งเราคาดตลาดจะยังไม่มีปัจจัยบวกให้สามารถขึ้นไปเหนือ 1,515-1,520 จุด และยังมีโอกาสอ่อนตัวลงมาใหม่ ทั้งนี้จากการที่ภาพตลาดยังน่าจะมีความผันผวนในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ทำให้เราวางกลยุทธ์เน้นเลือกหุ้นรายตัวที่ยังขึ้นน้อย และหุ้นที่มีผลการดำเนินงานฟื้นตัวโดดเด่น ราคาไม่แพงในเชิงมูลค่าจนเกินไป หรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว

หุ้นเด่น : ERW SPCG JSP GFPT SCC CPALL

หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : SGP CNT AJP AQUA (นักลงทุนควรตั้ง stop loss หากหุ้นลง 3-5%)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท