
'ประเดช'ออกโรงแฉปัญหาวินด์
“ประเดช” ส่งสัญญาณซื้อ วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ มีปัญหา แฉคนของ “นพพร” ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ
“ประเดช” ส่งสัญญาณซื้อ วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ มีปัญหา แฉคนของ “นพพร” ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ
นายประเดช กิตติอิสรานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ดีดี มาร์ท โฮลดิ้ง ในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ที่ร่วมทุนถือหุ้นในบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง สัดส่วน 27% กับนายนพพร ศุภพิพัฒน์ ที่หลบหนีคดีฉ้อโกงขณะนี้ ออกมาเปิดอกแฉว่า บริษัท รีนิวเอเบิ้ล (REC) ซึ่งนายนพพร ถือหุ้นใหญ่ 75% ได้ส่งคนของตัวเองเข้ามารวบอำนาจบริหารในบริษัท วินด์ฯ ขาดความโปร่งใส และกันนายประเดชไม่ให้มีส่วนร่วมในการบริหาร โดยกรรมการในส่วนของนายประเดชที่เคยส่งเข้าไป ลาออกมาช่วงที่นายนพพรมีปัญหา ก็ไม่สามารถส่งคนใหม่เข้าไปเป็นกรรมการได้อีก
ปัญหาความไม่โปร่งใสที่นายประเดชพบอีก คือ REC ได้ตั้งบริษัทคู่ขนานขึ้นมาถือหุ้นอีกหลายบริษัท คือ บริษัท ไอส์แลนด์ วินด์ พาวเวอร์ ซึ่ง REC ถือหุ้น 40% บริษัท เซาท์ กฤษณา วินด์ ดีเวลลอปเมนท์ ถือหุ้น 100% บริษัท วายุ วินด์ พาวเวอร์ ถือ 100% และบริษัท โครนอส วินด์ พาวเวอร์ ถือหุ้น 100%
นายประเดช กล่าวว่า การออกมาครั้งนี้ต้องการให้ผู้ที่กำลังจะซื้อหุ้นวินด์ฯ จาก REC หรือซื้อหุ้นวินด์ฯ จากนายนพพรก็ตาม ได้รู้ปัญหานี้และเจรจากับนายประเดชถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อความร่วมมือกัน และไม่ยอมหากเข้าบริหารแล้วเอาโครงการของวินด์ฯ ไปแตกขาย แต่ต้องการร่วมมือช่วยกันบริหารเพื่อนำวินด์ฯ เข้าตลาด เพราะเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากหากทำสำเร็จ
“ผมมีส่วนช่วยวินด์ฯ มาก ตั้งแต่เริ่มโครงการลมที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ กระทั่งมาถึงโครงการลมห้วยบงที่โคราช ซึ่งผมมีข้อตกลงร่วมทุนด้วยวาจาว่า ต้องมีส่วนร่วมบริหารในวินด์ฯ ตอนนี้ผมถูกกันออกจากวินด์ฯ โดนหลอกเพราะหุ้นวินด์ฯ เข้าตลาดไม่ได้ จากการตั้งบริษัทคู่ขนานหลายบริษัท ถ้าซื้อ REC ก็ต้องขายบริษัทคู่ขนาน เพื่อให้วินด์ฯ เข้าตลาด หรือซื้อหุ้นวินด์ฯ 60% ออกมาจาก REC ต้องการพาร์ตเนอร์ที่ดี ร่วมกับบริหารนำวินด์ฯ เข้าตลาดหุ้น ผู้ถือหุ้นจะได้เงินและกำไรคืนกลับไป” นายประเดช กล่าว
นักลงทุนรายใหญ่ กล่าวว่า ลงทุนร่วมจัดตั้งบริษัท วินด์ฯ มากับนายนพพร ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นครั้งแรก 20 ล้านบาท และลงทุนต่อเนื่องกระทั่งขนาดเงินลงทุนเพิ่มเป็น 500 ล้านบาท โดยนาย
ประเดช และครอบครัว รวมบริษัท ดีดี มาร์ท โฮลดิ้ง ถือหุ้นรวมกัน 27%
นายประเดช ยอมรับว่า รู้จักกับนายนพพรครั้งแรกขณะที่นายประเดชทำงานอยู่บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) ซึ่งนายนพพรต้องการผู้รับเหมาที่มีความพร้อมทั้งการวางระบบสายส่ง สถานีไฟฟ้า งานโยธา งานก่อสร้างฐานรากในโครงการลมที่เขาค้อ จึงมาปรึกษา กฟผ. และแนะนำมาหา DEMCO ซึ่งขณะนั้นนายประเดชเป็นผู้บริหารในเด็มโก้ และมาขอความช่วยเหลือจากนายประเดช หลังจากคุยกันเห็นว่านายนพพรมีความคิดที่ดีในการทำพลังงานลม มาสารภาพภายหลังว่าไม่มีเงินทุน
“นพพรเข้าวงการพลังงานตอนอายุ 37 ปี ไม่มีอะไรเลย นอกจากความคิด ผมก็ใช้คอนเนกชั่นวิ่งงาน กับ กฟผ.ให้ทั้งหมด นพพรแค่จัดการหาตัวกังหัน มาสารภาพอยากให้เด็มโก้ ร่วมทุนโครงการเขาค้อให้ถือหุ้น 10% แลกกับงาน แต่บอร์ดเด็มโก้ไม่เอา มองว่าความเสี่ยงสูง ไม่คุ้มทุน แต่ผมเห็นว่าเป็นไปได้และรับปากไว้แล้ว เลยลงทุนส่วนตัวและครอบครัว” นายประเดช กล่าว
ปัจจุบันโครงการลมห้วยบง ขนาด 207 เมกะวัตต์ เปิดขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) มาแล้ว 2 ปี ซึ่งปี 2557 มีรายได้จากการขายไฟ 900 ล้านบาท







