
ยอดตั้งกิจการเอสเอ็มอีวูบ
ยอดตั้งกิจการใหม่เอสเอ็มอีวูบ เลิกกิจการอีกเพียบ สสว.ยังหวังจีดีพีเอสเอ็มอีโต 3.5%
ยอดตั้งกิจการใหม่เอสเอ็มอีวูบ เลิกกิจการอีกเพียบ สสว.ยังหวังจีดีพีเอสเอ็มอีโต 3.5%
น.ส.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วง 3 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มี.ค. 2558) เอสเอ็มอีจัดตั้งกิจการใหม่ 1.73 หมื่นราย ลดลง 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย รองลงมา ทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี ส่วนการยกเลิกกิจการมี 3,674 ราย เพิ่มขึ้น 27.03% เป็นขายสลากกินแบ่งมากที่สุด รองลงมา คือ การก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย
ขณะที่ยอดการส่งออกของเอสเอ็มอีไทยช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่าการส่งออกรวม 4.56 แสนล้านบาท ลดลง 6.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่า 4.11 แสนล้านบาท หดตัวลง 21.9% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมของปีนี้ มีปัจจัยบวกทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐที่กระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขยายตัวดีขึ้น ทำให้การจ้างงานสูงขึ้น รวมทั้งเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้ดี ทำให้การส่งออกไปตลาดสหรัฐ ขยายตัว 11% ในช่วง 3 เดือน คาดว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) เอสเอ็มอี ในปีนี้จะอยู่ที่ 3.5% จากปีก่อนที่ขยายตัว 0.7%
ธุรกิจดาวรุ่งของเอสเอ็มอี ได้แก่ ธุรกิจเพื่อสุขภาพ ความงาม ผู้สูงอายุ ส่วนธุรกิจที่น่าห่วงคือ ใช้แรงงานเข้มข้น
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ราคาสินค้าเกษตรในประเทศที่ต่ำลง มีผลให้กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวกระทบยอดขายเอสเอ็มอี การส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งเศรษฐกิจอาเซียนที่มีทิศทางชะลอตัวลง จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 8-9% เหลือ 2.3% ยกเว้นพม่าที่เติบโตดี
น.ส.วิมลกานต์ กล่าวว่า หลังการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ มีผลเมื่อ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา จะทำให้การปฏิบัติงานภายในองค์กรชัดเจนและพร้อมทำภารกิจโดยจะมุ่ง 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การบูรณาการการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอี 2.การส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีโดยมุ่งเน้นตามวงจรธุรกิจ ทั้งธุรกิจสตาร์ทอัพ การขยายไปต่างประเทศ หรือธุรกิจที่ต้องฟื้นฟูกิจการ 3.การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคสินค้าและบริการ และ 4.การเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐและเอกชนในประเทศและต่างประเทศ โดยรัฐบาลมีงบบูรณาการเอสเอ็มอีผ่านหน่วยงานต่างๆ กว่า 1,600 ล้านบาท







