
พฤกษาหั่นราคาดันยอด
พฤกษาฯ งัดกลยุทธ์หั่นราคาบ้าน 5% ปลุกกำลังซื้อ โละสต๊อกกลุ่มโครงการใกล้ปิดยอด
พฤกษาฯ งัดกลยุทธ์หั่นราคาบ้าน 5% ปลุกกำลังซื้อ โละสต๊อกกลุ่มโครงการใกล้ปิดยอด
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา พฤกษาฯ ใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นลดราคาบ้านล็อตสุดท้ายสูงสุดประมาณ 5% ในโครงการที่ใกล้จะปิดการขายกว่า 20 โครงการ ส่วนหนึ่งเพื่อควบคุมต้นทุนในการบริหารโครงการที่มียูนิตเหลือขายน้อยมากแล้ว ไม่คุ้มกับการที่จะมีสำนักงานขายต่อ และส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของคนอยากมีบ้าน
ทั้งนี้ จากแคมเปญดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าราคามีผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านมาก โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับกลาง ซึ่งจำนวนยูนิตที่เหลือขายในกว่า 20 โครงการนั้น สามารถทำยอดขายได้ถึง 1,080 ล้านบาท หรือประมาณ 13% ของยอดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/2558 ที่มีมูลค่า 8,194 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 2 นี้อาจจะใช้กลยุทธ์ราคากับโครงการที่ใกล้จะปิดการขายอีกกว่า 20 โครงการด้วย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเหลือขายไม่เกิน 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ กลยุทธ์ในการบุกตลาดทุกระดับราคาและกลยุทธ์ราคายังส่งผลให้ไตรมาสแรกที่ผ่านมา พฤกษาฯ มียอดขายที่เติบโตจากช่วงเดียวของปีก่อนสูงถึง 55% เมื่อเทียบกับตลาดรวมยอดขายที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีมูลค่า 79,245 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13% แล้ว พฤกษาฯ มีการเติบโตที่สูงกว่าตลาดรวม และยังส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดแบรนด์พฤกษาฯ ในไตรมาสแรกของปีนี้ขยับขึ้นเป็น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 11%
ด้าน นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ปัจจุบันพฤกษาฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งสิ้น 177 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด 8.23 หมื่นล้านบาท (ไม่นับโครงการที่ใกล้จะปิดการขาย) ปีนี้มั่นใจว่าจะเปิดตัวโครงการใหม่ได้ตามเป้าหมาย 70-75 โครงการ มูลค่า 5.50-6.10 หมื่นล้านบาท โดยช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาเปิดแล้ว 14 โครงการ มูลค่า 1.52 หมื่นล้านบาท สำหรับไตรมาส 2 บริษัทเตรียมเปิด 11-13 โครงการ มูลค่าประมาณ 9,000-1.1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่อัตราการถูกสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อในช่วงไตรมาสแรกลดลงมาอยู่ที่ 5% จากปีก่อนที่ 7% เพราะได้ปรับกลยุทธ์ร่วมมือกับ 15 สถาบันการเงินตรวจความสามารถในการซื้อของลูกค้าก่อนให้ลูกค้าจองบ้าน ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้จะฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณกว่า 2.75 ล้านล้านบาทของภาครัฐ ซึ่งปัจจัยนี้จะทำให้เกิดการจ้างงาน เกิดการบริโภคและการลงทุนต่างๆ โดยคาดว่าจะเห็นผลการฟื้นตัวในไตรมาส 2 นี้







