
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยยอดจัดตั้งธุรกิจเม.ย.เพิ่ม7%
ยอดจัดตั้งธุรกิจเม.ย. เพิ่ม 7% จำนวน 4,564 ราย ส่วนเลิกกิจการพุ่ง 11% จำนวน 925 ราย ยังมั่นใจยอดจัดตั้งทั้งปี 6-6.5 หมื่นราย
ยอดจัดตั้งธุรกิจเม.ย. เพิ่ม 7% จำนวน 4,564 ราย ส่วนเลิกกิจการพุ่ง 11% จำนวน 925 ราย ยังมั่นใจยอดจัดตั้งทั้งปี 6-6.5 หมื่นราย
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนเม.ย. 2558 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศ จำนวน 4,564 ราย เพิ่มขึ้น 7% เทียบกับเม.ย. 2557 แต่ลดลง 20% เทียบกับมี.ค. 2558 โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 1.48 หมื่นล้านบาท ลดลง 14% เทียบกับเม.ย. 2557 และลดลง 8% เทียบกับมี.ค. 2558 ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนจัดตั้งช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) มีจำนวน 2.18 หมื่นราย หรือมีการจดจัดตั้งเฉลี่ยต่อเดือน 5,468 ราย
สำหรับยอดการจดทะเบียนนิติบุคคลเลิกทั่วประเทศเดือนเม.ย. 2558 มีจำนวน 925 ราย เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับเม.ย. 2557 แต่ลดลง 22% เทียบกับมี.ค.2558 โดยมีทุนจดทะเบียนเลิกมูลค่า 3,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับเม.ย. 2557 และเพิ่มขึ้น 28% เทียบกับมี.ค. 2558 ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนเลิกช่วง 4 เดือนมีจำนวน 4,599 ราย หรือมีการจดเลิกเฉลี่ยต่อเดือน 1,150 ราย
“หากดูยอดจัดตั้งเมื่อเทียบเดือนที่ผ่านมาแล้วจำนวนจขอจดลดลงนั้น เป็นเพราะเดือนเม.ย.มีวันหยุดยาว ซึ่งเป็นประจำของทุกปีทำให้ยอดการจดลดลง แต่ถ้าเทียบเดือนเดียวกันปีที่ผ่านมา พบว่าการจดมียอดเพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นแนวโน้มการจดทะเบียนสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยอยู่ โดยกรมยังคงเป้าหมายยอดจัดตั้งทั้งปี 2558 ไว้ที่ 6-6.5 หมื่นราย” น.ส.ผ่องพรรณ กล่าว
ปัจจุบัน ณ วันที่ 30 เม.ย. 2558 มีห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศจำนวน 610,195 ราย มีทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 15.70 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 427,594 ราย บริษัทมหาชนจำกัด 1,090 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 181,511 ราย
นายชัยณรงค์ โชไชย รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2558 กรมได้ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อทำการสุ่มตรวจบริษัทที่มีต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในจังหวัดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายว่าจะมีความสุ่มเสี่ยงที่คนไทยจะมีพฤติกรรมถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยได้กำหนดเป้าหมายไว้ที่ 6-7 จังหวัด มีบริษัทที่อยู่ในรายการตรวจสอบ 276 ราย โดยได้สำรวจไปแล้ว 155 ราย ซึ่งพบความผิด 9 ราย โดยมีคนไทยมีพฤติกรรมเป็นตัวแทนอำพราง และได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีแล้ว
“ที่ตรวจสอบพบผิด 9 รายขณะนี้ อยู่ที่ชลบุรี 7 ราย สุราษฎ์ธานี 1 ราย กรุงเทพฯ 1 ราย โดยธุรกิจที่ถูกตรวจสอบพบ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอาหาร อสังหาริมทรัพย์ และนายหน้าค้าที่ดิน ซึ่งที่เหลือกรมก็จะเร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายได้” นายชัยณรงค์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า การตรวจสอบแล้วพบความผิดว่าเป็นนอมินีที่ผ่านๆมา กรมได้ส่งให้ดีเอสไอดำเนินการต่อแล้ว แต่ทางดีเอสไอได้ตอบกลับมาว่ากรณีนอมินีไม่ใช่คดีพิเศษ โดยให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ดำเนินการต่อ







