
หนี้เสียท่วมแบงก์รัฐ
ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาไม่เพียงทำให้ธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แต่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ก็ประสบกับปัญหาเดียวกัน
ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาไม่เพียงทำให้ธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แต่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ก็ประสบกับปัญหาเดียวกัน
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานตัวเลขผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 6 แห่ง ณ สิ้นปี 2557 มีหนี้เสียแตะ 2.01 แสนล้านบาท สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเอ็นพีแอล 1.9 แสนล้านบาท
สถาบันการเงินเฉพาะกิจ 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2558 แบงก์รัฐทั้งหมดมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 4.31 ล้านล้านบาท ถ้าไม่นับการปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) จะมียอดเงินให้สินเชื่อคงค้างกว่า 3.72 ล้านล้านบาท และมียอดเงินรับฝากคงค้างทั้งหมด 4.02 ล้านล้านบาท มียอดลูกหนี้ที่รอการชดใช้โครงการตามนโยบายรัฐบาล 2.52 แสนล้านบาท
สำหรับเอ็นพีแอลที่คิดรวมเงินให้สินเชื่อที่จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานสงสัย สงสัยจะสูญและหนี้สูญ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2557 มียอดคงค้างรวมกว่า 2.01แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อกับ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 25 57 ที่มียอดหนี้เอ็นพีแอลสูงที่สุดที่ระดับ 2.03 แสนล้านบาท แต่ถือว่าขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2556 ที่มียอดเอ็นพีแอลคงค้างที่ระดับ 1.9 แสนล้านบาท
เอ็นพีแอลดังกล่าวยังไม่นับรวมลูกหนี้ที่รอชดเชยจากโครงการรัฐอีกกว่า 2.42 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังพบหนี้ที่ผิดนัดชำระตั้งแต่ 1-3 เดือน อีกราว 9.44 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ในยอดเอ็นพีแอลทั้งหมดกว่า 2.01 แสนล้านบาท เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นเป็นหนี้เสียจากลูกหนี้การค้ามากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล
ลูกหนี้กลุ่มสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ที่เคยมียอดเอ็นพีแอลคงค้างมากที่สุดรวมกว่า 8.43 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 ได้ปรับลดลงเหลือ 7.73 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2557
ในจำนวนนี้แยกได้เป็นหนี้จากการจัดหาที่อยู่อาศัยรวมกว่า 4.38 หมื่นล้านบาท ลดลงจาก ณ สิ้นเดือน ก.ย. ที่มียอดหนี้ 4.7 หมื่นล้านบาท และหนี้ที่เกิดจากการบริโภคส่วนบุคคลอยู่ที่ 2.86 หมื่นล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย. 2557 ที่อยู่ที่ระดับสูงที่สุดที่ 3.18 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับหนี้ภาคเกษตรกรรม อยู่ที่ 3.25 หมื่นล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 ซึ่งอยู่ที่ 3.28 หมื่นล้านบาท และลดลงเมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนที่อยู่ที่ 4.33 หมื่นล้านบาท
ขณะที่หนี้ภาคการผลิตอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มจาก ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 ซึ่งอยู่ที่ 1.88 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับหนี้กลุ่มลูกหนี้ขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้บุคคล ของใช้ครัวเรือนอยู่ที่ 2.22 หมื่นล้านบาท เพิ่มจาก ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 ซึ่งอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท และเพิ่มจากสิ้นปีก่อนที่อยู่ที่ 1.65 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่าหนี้จากบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ อยู่ที่ 1.71 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 ที่อยู่ที่ 1.49 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ สศค.ได้รายงานภาพรวมงบดุลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 6 แห่ง ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2557 พบว่า มีสินทรัพย์รวม 4.65 ล้านล้านบาท มีเงินให้สินเชื่อสุทธิ 3.42 ล้านล้านบาท มีเงินรับฝากสุทธิ 3.86 ล้านล้านบาท และมีกำไรทั้งระบบรวมกว่า 3.29 หมื่นล้านบาท







