
ธุรกิจสปอร์ตลอดช่อง ฉีกกรอบเดิม ลุยตลาดนิชมาร์เก็ต
การทำธุรกิจถือเป็นหัวใจของชาวสิงคโปร์อยู่แล้ว และชาวสิงคโปร์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหลานแดนมังกร
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
การทำธุรกิจถือเป็นหัวใจของชาวสิงคโปร์อยู่แล้ว และชาวสิงคโปร์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหลานแดนมังกร ก็มักมีโมเดลธุรกิจในรูปแบบของการต้องขายของให้ได้ทีละมากๆ และทำธุรกิจเพื่อขายให้กับตลาดขนาดใหญ่ (แมสมาร์เก็ต)
จึงทำให้ธุรกิจขายอุปกรณ์กีฬาของ 2 สาวจากแดนลอดช่อง จีนา ถัง และ เบอร์นิส โหลว มีความโดดเด่นมาก เนื่องจากแทนที่ทั้งคู่จะเลือกทำธุรกิจแบบแมสมาร์เก็ตเหมือนบรรพบุรุษ ทั้งคู่เลือกที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดขนาดเล็ก (นิชมาร์เก็ต)
ในปี 2014 ที่ผ่านมา นับเป็นยุคทองของการเปิดร้านกาแฟและธุรกิจขายของออนไลน์ แต่สำหรับปี 2015 นับเป็นยุคทองของตลาดนิชมาร์เก็ต
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นธุรกิจแนวใหม่ ทำให้ยังมีข้อกังวลว่าธุรกิจแบบเน้นตลาดเล็กจะสร้างยอดขายได้จริงหรือ?
ทั้งนี้ การเลือกจับตลาดนิชมาร์เก็ตนับว่ามีความเสี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องด้วยตลาดมีขนาดเล็ก ทำให้หากไม่สามารถจับตลาดได้ก็มีแนวโน้มที่ธุรกิจจะล้มเหลวสูง
สำหรับธุรกิจร้านขายอุปกรณ์กีฬาในสิงคโปร์ ยี่ห้อในร้านมักไม่แตกต่างจากร้านอื่นมากนัก เนื่องจากในวงการธุรกิจนี้มักมีเจ้าใหญ่ที่แข่งขันกันไม่กี่ด้าน แต่สำหรับสองสาวกลับรู้สึกว่าการมีแต่ธุรกิจในกระแสนั้นน่าเบื่อมาก
ดังนั้น เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะเริ่มธุรกิจใหม่ด้วยกัน ทั้งคู่จึงต้องการจะเสนอสิ่งแปลกใหม่ที่แตกต่าง เพื่อแนะนำให้ลูกค้ารู้จักสินค้าอื่นนอกจากสินค้ากระแสหลัก ภายใต้ชื่อร้าน เดอะ สปอร์ต แชค
“หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เราภูมิใจนำเสนอมากคือ คูลคอร์ ผ้าเช็ดตัวที่จะเย็นขึ้นเมื่อจุ่มกับน้ำ มันเป็นของที่เหมาะกับเมืองร้อนอย่างสิงคโปร์จริงๆ” ถัง กล่าวพร้อมเสริมว่า อย่างไรก็ตามคนสิงคโปร์กลับไม่ค่อยรู้จักผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
ด้าน โหลว เสริมเช่นกันว่า คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยอยู่กับของที่เป็นแบรนด์ดัง โดยไม่ทันสังเกตและไม่ค่อยพยายามหาสินค้าทางเลือกเท่าไร ดังนั้นการเปิด เดอะ สปอร์ต แชค จึงเหมือนการเปิดร้านรวมอุปกรณ์กีฬาทางเลือก ซึ่งลูกค้าอาจจะเคยได้ยินแต่ไม่สามารถหาได้จากร้านขายของทั่วไป
หากมองไปทั่วร้านจะพบว่ามีอุปกรณ์กีฬาที่ไม่คุ้นตาและมีสีสันฉูดฉาดอยู่มากมาย เช่น นาฬิกาข้อมือสำหรับใส่เล่นกีฬาโดยเฉพาะ ลูกบอล หรือแม้แต่ถุงใส่ของสำหรับนักปั่นจักรยานโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมี คลิทช์ กระเป๋าใส่ของซึ่งจะมีคลิปไว้หนีบรองเท้าไว้กับกระเป๋าได้อีกด้วย
ในด้านการขาย ทั้งสองพูดถึงนิชมาร์เก็ตว่า การทำธุรกิจให้อยู่รอดได้ในตลาดแบบนี้นั้น ต้องอาศัยการสร้างผลิตภัณฑ์สวนกระแส อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังคงปฏิเสธที่จะผลิตอุปกรณ์กีฬาที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
นอกจากนี้ เจ้าของร้าน เดอะ สปอร์ต แชค ยังแนะนำอีกว่า สำหรับนิชมาร์เก็ตการสร้างแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญ และการโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่ปัจจุบันมีโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการโฆษณาที่ดีเยี่ยมแถมยังราคาถูก
อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปมักให้ความสำคัญกับแบรนด์ใหม่ที่ต่างออกจากแบรนด์ทั่วไปอย่างรวดเร็ว
ยอดขายของธุรกิจกีฬาทางเลือกแห่งนี้ยังคงไม่สูงมากนัก โดยอยู่ที่ราว 8,000-1 หมื่นบาท/เดือนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็เชื่อว่านิชมาร์เก็ตเป็นตลาดใหม่สำหรับวงการธุรกิจสิงคโปร์ในปัจุบัน







