posttoday
ผ่าลงทุนฟิลิปปินส์ เปิดชื่อ18อุตฯโกยสิทธิ

ผ่าลงทุนฟิลิปปินส์ เปิดชื่อ18อุตฯโกยสิทธิ

14 พฤษภาคม 2558

หากกล่าวถึงประเทศในอาเซียนที่นักลงทุนไทยสนใจไปลงทุน ชื่อ “ฟิลิปปินส์” กลับไม่ค่อยได้ปรากฏเป็นชื่อแรกๆ

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หากกล่าวถึงประเทศในอาเซียนที่นักลงทุนไทยสนใจไปลงทุน ชื่อ “ฟิลิปปินส์” กลับไม่ค่อยได้ปรากฏเป็นชื่อแรกๆ ทั้งที่ในความเป็นจริง ฟิลิปปินส์มีเศรษฐกิจเติบโต 5-7% ต่อปี ตลอดช่วง5 ปีที่ผ่านมา มีตลาดขนาดใหญ่ถึง 100 ล้านคน ที่สำคัญ การส่งออกสินค้าจากไทยไปฟิลิปปินส์เมื่อปี 2557 ยังมีมูลค่าถึง 5,868 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากปี 2556 ถึง 16.57% เป็นตลาดเติบโต
โดดเด่นที่สุดในอาเซียน

ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ ระบุว่า ปี 2557 ไทยเป็นเพียงผู้ลงทุนในฟิลิปปินส์อันดับที่ 20 มูลค่า 246.4 ล้านเปโซ หรือราว 186.65 ล้านบาทเท่านั้น ต่างจากอันดับ 1 ญี่ปุ่น และอันดับ 2 เนเธอร์แลนด์ ซึ่งลงทุนมากถึง 3.5 หมื่นล้านเปโซ และ 3.2 หมื่นล้านเปโซ ในปีดังกล่าว ขณะที่ประเทศร่วมภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ ก็ยังลงทุนในฟิลิปปินส์ไปมากกว่า 1.3 หมื่นล้านเปโซ

ความห่างไกลทางภูมิศาสตร์ อาจเป็นปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักธุรกิจไทยไม่ค่อยสนใจลงทุนในฟิลิปปินส์ แต่หากมองในเชิงลึกแล้ว ฟิลิปปินส์ยังมีหลายปัจจัยให้พิจารณามากกว่าเรื่องภูมิศาสตร์

สำหรับค่าแรงขั้นต่ำในฟิลิปปินส์นั้น หากเป็นพื้นที่เมืองหลวงและพื้นที่ใกล้เคียง อยู่ระดับใกล้เคียงกับไทย ข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการลงทุนฟิลิปปินส์ ระบุว่า จากการปรับค่าแรงขั้นต่ำใหม่ มีผล ณ วันที่ 1 ม.ค. 2557 ส่งผลให้ค่าแรงขั้นต่ำในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ภาคการเกษตร อยู่ที่ 466 เปโซ/วัน หรือราว 353 บาท/วัน ขณะที่อุตสาหกรรมภาคเกษตรอยู่ที่ 429 เปโซ/วัน หรือราว 324.97 บาท/วัน

ขณะที่พื้นที่อื่นๆ นั้น ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ในระดับ 205-349 เปโซ/วัน หรือเพียงราว 155-264 บาท/วันเท่านั้น

ด้านสัดส่วนการลงทุนในฟิลิปปินส์นั้น หากจะลงทุนโดยไม่รับสิทธิประโยชน์ใดๆ และไม่ใช่รายอุตสาหกรรมที่ฟิลิปปินส์สนับสนุน ต่างชาติจะสามารถถือหุ้นได้ในสัดส่วนไม่เกิน 40% แต่กรณีบริษัทส่งออกผลผลิตมากกว่า 60% ของที่ผลิตได้ทั้งหมด ต่างชาติจะสามารถถือหุ้นได้มากกว่า 40%

ขณะที่กลุ่มที่มาจดทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุนของฟิลิปปินส์ จะต้องส่งออก 50% จึงจะถือหุ้นได้ 40% แต่หากส่งออกมากกว่า 70% จะสามารถถือหุ้นได้เกิน 40% ส่วนธุรกิจที่ต้องการเจาะตลาดฟิลิปปินส์โดยตรง จะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ฟิลิปปินส์สนับสนุนตามแผนลำดับความสำคัญการลงทุน (IPP) 2557 เท่านั้น หากเป็นธุรกิจที่ฟิลิปปินส์ยังไม่เคยมีมาก่อน สามารถถือหุ้นได้สูงสุดถึง 100%

แผนดังกล่าวถือเป็นแผนที่ฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญค่อนข้างมาก เบนิญโญ อาคิโน ที่ 3 ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ประเมินว่า แผนดังกล่าวจะช่วยให้ฟิลิปปินส์เติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยให้ฟิลิปปินส์มีอุตสาหกรรมพร้อมรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558

ขณะเดียวกัน แผนดังกล่าวยังช่วยให้นักลงทุนเห็นทิศทางที่ชัดเจนในการเข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์ด้วย สำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้แผนดังกล่าว แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มที่ต้องการมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น 2.กลุ่มการส่งออก และ 3.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายพิเศษฉบับอื่น

สำหรับกลุ่มที่ต้องการมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ได้แก่ 1.1 ภาคการผลิต ทั้งการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน การผลิตเรือและชิ้นส่วน การผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เครื่องบิน การผลิตผลิตภัณฑ์เคมี การผลิตกระดาษ Virgin Pulp การผลิตลวดทองแดง การผลิตเหล็กและเหล็กกล้าพื้นฐาน การผลิตแม่แบบ

1.2 ธุรกิจเกษตรและประมง ตั้งแต่การผลิตเชิงพาณิชย์ เช่น การทำสวนมะพร้าว ไร่โกโก้ ไร่กาแฟ การผลิตผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ยาง การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร การผลิตอาหารสัตว์บกและสัตว์น้ำ 1.3 ธุรกิจบริการ ทั้งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น การทำแอนิเมชั่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ การพัฒนาเกม ระบบการจัดการข้อมูลสุขภาพ การซ่อมเรือ การซ่อมบำรุงเครื่องบิน การจัดการของเสียจากภาคอุตสาหกรรม

1.4 ที่อยู่อาศัยราคาประหยัด ให้สิทธิทั้งโครงการแนวราบและโครงการแนวสูงที่เป็นโครงการใหม่ ราคาขายต่อหน่วยไม่เกิน 3 ล้านเปโซ และมีขนาดโครงการอยู่อาศัยได้มากกว่า 20 คน 1.5 โรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลทั่วไปจะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด เนื่องจากเป็นพื้นที่ขาดแคลนโรงพยาบาล ขณะเดียวกันโรงพยาบาลเฉพาะทางก็ต้องอยู่ในสาขาที่กำหนดเท่านั้น

1.6 พลังงาน ทั้งการค้นหาและพัฒนาแหล่งผลิตพลังงาน การตั้งโรงงานผลิตพลังงาน 1.7 โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เช่น การลงทุนพัฒนาท่าเรือและสนามบิน การลงทุนขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางบกที่ใช้พลังงานไฟฟ้า การขนส่งทางน้ำ การขนส่งทางราง และ 1.8 โครงการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่ฟิลิปปินส์ต้องการ

สำหรับกลุ่มการส่งออก แบ่งออก เป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ 2.1 การส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าส่งออกดั้งเดิมของฟิลิปปินส์เช่น อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า ผลิตภัณฑ์หนัง เฟอร์นิเจอร์ แร่ 2.2 การส่งออกบริการ เช่น การบริการทางวิศวกรรรม การบริการทางสถาปนิก และ 2.3 การสนับสนุนการส่งออกในบางประเภทสินค้า

สำหรับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายพิเศษฉบับอื่น ได้แก่ 3.1 การปลูกต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม เช่น ต้นยาง ต้นไผ่ ต้นหวาย 3.2 การสำรวจเหมืองแร่ 3.3 การจัดพิมพ์และจัดทำหนังสือ ทั้งแบบรูปเล่มและแบบดิจิทัล 3.4 การกลั่นและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าปิโตรเลียม 3.5 การฟื้นสภาพและช่วยเหลือพัฒนาผู้พิการ 3.6 พลังงานทดแทน และ 3.7 การท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจสำหรับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รองรับจำนวนมาก โดยเปิดดำเนินการแล้ว317 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 122 แห่ง แบ่งภาคอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ผู้ที่ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์เช่น ยกเว้นภาษี 3-6 ปี การยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับวัตถุดิบบางรายการ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ