
VGIยังคงแพง
แม้ราคาหุ้นบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) จะปรับลง แต่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต มองว่ามูลค่าของ VGI อยู่ในระดับที่ไม่น่าสนใจที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) 21-26 เท่า ในปี 2559-2561
แม้ราคาหุ้นบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) จะปรับลง แต่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต มองว่ามูลค่าของ VGI อยู่ในระดับที่ไม่น่าสนใจที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) 21-26 เท่า ในปี 2559-2561
บล.ธนชาต คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาที่ค่อยๆ ฟื้นตัว และส่วนแบ่งรายได้กับบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ที่สูงขึ้น จะทําให้กำไรต่อหุ้น (อีพีเอส) เติบโตเฉลี่ยในช่วง 3 ปี เพียง 11% จึงปรับประมาณการอีพีเอสลง 17-19% ในปี 2559-2561 และลดราคาเป้าหมายลงเป็น 3.80 บาท และแนะนำ “ขาย”
“ปรับลดประมาณการกําไรของ VGI ลง 17-19% ในปี 2559-2561 และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 3.80 บาท จาก 5.25 บาท เนื่องจาก 3 เหตุผลหลัก คือ
ประการแรก รวมแผนของ VGI ที่จะยุติการทําธุรกิจสื่อโฆษณาในโมเดิร์นเทรด หลังจากสูญเสียสัญญาบริหารจัดการพื้นที่โฆษณาของเทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี
ประการที่สอง สมมติให้อัตราค่าโฆษณาทรงตัว (จากที่เติบโต 7%) ในปี 2559
ประการที่สาม ปรับลดสมมติฐานอัตรากําไรขั้นต้นลงมาอยู่ที่ 74-77% (จาก 80-83%) ในปี 2559-2561 สําหรับธุรกิจสื่อโฆษณา บน BTS และ 47% (จาก 68%) สําหรับธุรกิจสื่อโฆษณาในอาคาร สํานักงาน เนื่องจากสมมติฐานค่าเสื่อมราคาเดิมของเราดูเหมือนจะต่ำเกินไปคงคําแนะนํา “ขาย” ยังคงซื้อขายที่มูลค่าที่สูง
แม้ว่าจะชอบธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นและให้อัตรากําไรสูงอย่างธุรกิจสื่อโฆษณาบน BTS ของ
VGI แต่เห็นอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) อยู่ในช่วงขาลงในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะที่หุ้นซื้อขายที่มูลค่าสูงกว่าบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมแล้ว โดยซื้อขายที่พีอีที่ 22-25 เท่า ในปี 2559-2560 สูงกว่าพีอีของบริษัท อาร์เอส (RS) ที่ 12-20 เท่า และบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ที่ 21-24 เท่า
บล.ธนชาต คาดว่าทั้ง RS และ MAJOR จะมีอัตราการเติบโตของอีพีเอส เฉลี่ย 3 ปีที่สูงกว่าที่ 50.8% สําหรับ RS และ 12.3% สําหรับ MAJOR เทียบ VGI ที่เติบโตเฉลี่ยเพียง 11% นอกจากนี้ยังคาดว่า VGI จะให้อัตราผลตอบแทนปันผลที่เพียง 3.4-3.9% ในปี 2559-2560 อีกด้วย
แม้จะมีพื้นที่โฆษณาเพิ่มขึ้นจาก 7 สถานี BTS ใหม่ และอาคารสํานักงานใหม่ 28 อาคาร แต่คาดว่า VGI จะมีอัตราการเติบโตของอีพีเอส เฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่เพียง 11% ในปี 2559-2561 เนื่องจากคาดว่าการเติบโตบางส่วนจะถูกหักล้างโดย
ประการแรก สมมติฐานอัตรากําไรขั้นต้นที่ลดลงจากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการลงทุนในสื่อดิจิทัลใหม่
ประการที่สอง อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่สูงขึ้น เนื่องจากการประหยัดจากขนาด ที่ลดลงหลังจากยุติธุรกิจสื่อโฆษณาในโมเดิร์นเทรด
ประการที่สาม อัตราส่วนแบ่งรายได้กับ BTS ที่สูงขึ้นเป็น 10% ในปี 2561 จาก 5% ในปี 2559-2560 นอกจากนี้ยังคาดว่า VGI จะกลับมาเติบโตแข็งแกร่งอีกครั้งหลังจากการเปิดส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ แต่นั่นคือหลังปี 2562 เป็นต้นไป สื่อโฆษณาใหม่ไม่น่าตื่นเต้น ในขณะที่ธุรกิจหลักดูเหมือนจะเติบโตช้าในช่วง 3 ปีข้างหน้า ผู้บริหารของ VGI ยังคงหาโอกาสในการเติบโตใหม่







