
เพิ่มหุ้นตัวเล็ก เข้าดัชนีMSCI
MSCI ประกาศปรับทบทวนดัชนี มีผลบังคับใช้รอบนี้ วันที่ 29 พ.ค. 2558 โดย MSCI Thailand Index ไม่มีการปรับหุ้นเข้า-ออก แต่ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) และลดน้ำหนักหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)
MSCI ประกาศปรับทบทวนดัชนี มีผลบังคับใช้รอบนี้ วันที่ 29 พ.ค. 2558 โดย MSCI Thailand Index ไม่มีการปรับหุ้นเข้า-ออก แต่ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) และลดน้ำหนักหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)
ด้าน MSCI Global Small Cap เพิ่มบริษัท การบินกรุงเทพ (BA) บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) บริษัท คาราบาวกรุ๊ป (CBG) บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท (IMPACT) บริษัท อินเตอร์ฟาร์อีสท์วิศวการ (IFEC) บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) บริษัท แพลนบี (PLANB) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) บริษัท สามารถไอโมบาย (SIM) บริษัท สแกน อินเตอร์ (SCN) บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) และบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK)
นอกจากนั้น มีการถอดออกบริษัท เจมาร์ท (JMART) บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) คาดว่าเป็นเพราะมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ใหญ่เกินบริษัทขนาดเล็กระดับโลก
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต แนะ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก/เพิ่มเข้าดัชนี MSCI อย่าง BDMS, CPF และ BEAUTY ระวังแรงขายหุ้นที่ถูกลดน้ำหนักและถอดออก
อย่างไรก็ตาม ดัชนีจากนี้ไปคงขึ้นอยู่กับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 2558 แม้ว่ากำไรของ บจ.รวมในงวดไตรมาสแรกปีนี้จะสามารถแตะ 2 แสนล้านบาทได้ แต่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ยังต้องตามดูในเรื่องของคุณภาพกำไรหลายบริษัทที่มีกำไรปรับเพิ่มขึ้น
บางบริษัทกำไรที่เพิ่มขึ้นจะมาจากกำไรรายการพิเศษ ซึ่งจะเป็นกำไรครั้งเดียว ภาพของกำไรจึงอาจไม่ต่อเนื่องในงวดที่เหลือของปี ขณะที่บริษัทอื่นๆ ที่ไม่มีกำไรจากรายการ ส่วนใหญ่จะมีทิศทางกำไรไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าหลังจากเสร็จสิ้นการรายงานงบ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส จะต้องมีการปรับลดประมาณการกำไรตลาดลง และเชื่อว่าหลายสำนักวิจัยก็จะปรับลดประมาณการกำไรตลาดลงเช่นเดียวกัน กระแสการปรับลดประมาณการดังกล่าวจะเป็นตัวกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหลังการรายงานงบการเงินงวดไตรมาแรกปี 2558 เสร็จสิ้น 15 พ.ค. เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทถือว่าส่งผลดีในเรื่องของรายได้จากการส่งออก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีต้นทุนเป็นเงินบาทในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ในรูปเงินตราต่างประเทศ ยิ่งจะเป็นผลดีต่อประสิทธิภาพการทำกำไร จึงยังคงชื่นชอบหุ้นส่งออก ได้แก่
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พบว่าทุกๆ 1 บาทที่อ่อนค่า จะส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มในปี 2558 ปรับเพิ่มขึ้น 5.4% จากเดิม หุ้นเด่นคือ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) มูลค่าที่เหมาะสม 48 บาท บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA ) มูลค่าที่เหมาะสม 78 บาท ที่อ่อนค่าจะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.7% และบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) มูลค่าที่เหมาะสม 60 บาท คาดจะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.5%
กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ส่งออก Particle Board ได้แก่ บริษัท วนชัย กรุ๊ป (VNG) มูลค่าที่เหมาะสม 10.25 บาท ที่ผลกำไรงวดไตรมาสแรกปี 2558 ดีตามคาด คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 และไตรมาส 3 จะเติบโตอย่างมาก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และราคาปัจจุบันมีค่าสัดส่วนราคาต่อกำไรที่คาดว่า (พีอี เอ็กซเปกต์) เพียง 9.6 เท่า มีอัตราผลตอบแทนปันผล 4.18% และยังมีโอกาสปรับขึ้นกว่า 30%
ส่งออกอาหาร ที่คาดว่าสดใสในงวดไตรมาสแรกปี 2558 คือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) มูลค่าที่เหมาะสม 26 บาท โดยนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่ากำไรสุทธิงวดไตรมาสแรกปี 2558 จะเติบโตถึง 61.5% จากไตรมาส 4 ปี 2557 และ 18.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้ของ 2 แห่งที่ซื้อกิจการทั้ง 100% ตั้งแต่ปลายปี 2557 (MerAlliance และ KingOscar)
อย่างไรก็ตาม ตลอดปี 2558 คาดการณ์กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเพียง 16.7% จากปี 2557 จากผลของการบันทึกค่าใช้จ่ายในการซื้อ Bumble Bee แต่ปี 2559 คาดว่าจะกลับมาเติบโตถึง 65.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้ Bumble Bee เข้ามาได้เต็มที่ และคาดว่าราคาปัจจุบันสะท้อนข่าวร้ายจากการที่สหภาพยุโรปให้ใบเหลืองสินค้าประมงของไทย
บล.เอเซีย พลัส แนะกลยุทธ์การลงทุน คงอิงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า เลือก HANA, บริษัท เอสวีไอ (SVI) KCE, VNG และ TUF หุ้นเด่นเดือน พ.ค.นี้ บริษัท เอเชียเอวิเอชั่น (AAV) BEAUTY บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) บริษัท อิชิตัน (ICHI) บริษัท ซินเทค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC) บริษัท ไทยคม (THCOM) และ WORK หุ้นปันผลเด่น ที่จะเป็นทางเลือกยามดอกเบี้ยขาลงบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) บริษัท อินทัช กรุ๊ป โฮลดิ้ง (INTUCH) หุ้นผลประกอบการฟื้นตัว มองพลังงานที่ยังราคาขึ้นไม่มาก คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) หุ้นสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ต่ำ และมีเรื่องราวเด่น บริษัท เอสทีพีไอ (STPI), BJCHI หุ้นที่ปรับเข้าพอร์ต ASK, SVI, SYNTEC, BJCHI, PTTEP







