posttoday
รื้อกม.แข่งขันการค้าฯ ปลอดการเมือง-ดูแลรายเล็ก

รื้อกม.แข่งขันการค้าฯ ปลอดการเมือง-ดูแลรายเล็ก

14 พฤษภาคม 2558

พลันที่มีกระแสต่อต้านไม่เข้าร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 7-11 พ.ค. 2558 ผ่านโซเชียล มีเดีย

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

พลันที่มีกระแสต่อต้านไม่เข้าร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 7-11 พ.ค. 2558 ผ่านโซเชียล มีเดีย ส่งผลให้สังคมจับจ้องมองพฤติกรรมผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่และทุนหนาแห่งหนึ่งว่ามีพฤติกรรม “เอารัดเอาเปรียบ” ผู้ประกอบการรายย่อย หรือซัพพลายเออร์  ตลอดจนร้านค้าปลีกรายย่อยในชุมชนจนแทบจะไม่มีที่ยืนในตลาดหรือไม่   

“ในเชิงกฎหมายการทำธุรกิจครบวงจรไม่ผิด แต่ในแง่จริยธรรมต้องดูว่าธุรกิจลักษณะนี้ส่งผลทางสังคมอย่างไร เพราะในแง่จริยธรรมกฎหมายบังคับไม่ได้ แต่กรมจะคอยตรวจสอบพฤติกรรม เช่น หากบริษัทมีพฤติกรรมขายวัตถุดิบให้กับบริษัทในเครือต่ำกว่าบริษัทนอกเครือ ถือว่ามีพฤติกรรมแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม” สันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวกรณีที่มีกระแสรณรงค์ไม่ซื้อสินค้าจากร้านเซเว่น อีเลฟเว่นของกลุ่มซีพี

แต่สำหรับ เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มีมุมมองว่า แม้ว่าธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่นจะไม่ใช่ธุรกิจที่ผูกขาด แต่จะมีลักษณะพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ เป็นเรื่องที่กรมการค้าภายในและคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าต้องตรวจสอบ

“พฤติกรรมที่ร้านนำสินค้าของซัพพลายเออร์มาขาย แต่ต่อมายกเลิกไม่ให้ขายแล้ว โดยบอกว่าได้พัฒนาและทำสินค้าแบบเดียวกันได้เอง และไม่ได้ขโมยสูตรมา ตรงนี้จะต้องมีคนกลางเข้าไปตรวจสอบ เพราะตามเงื่อนไขที่เซเว่นฯ กำหนดนั้น การจะนำสินค้าไปวางในเซเว่นฯ ได้จะต้องมีการชี้แจงว่าวัตถุดิบมีอะไรบ้าง กระบวนการผลิตเป็นอย่างไร ฯลฯ ซึ่งในต่างประเทศจะไม่อนุญาตให้ทำกันแบบนี้ เพราะถือเป็นพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม” เดือนเด่น กล่าว 

เดือนเด่น ยังระบุอีกว่า กรณีแฟรนไชส์ก็เช่นกัน หากจะมองว่าเซเว่นฯ มีพฤติกรรมเข้าข่ายการทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมก็อาจมองได้ เพราะสัญญาแฟรนไชส์ที่ทำไว้ไม่ได้ระบุเงื่อนไขในสัญญาว่าเมื่อผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไปตั้งสาขาที่ใดแล้ว ห้ามไม่ให้การตั้งสาขาร้านเซเว่นฯ ในรัศมีที่ตั้งที่กำหนด

“ไม่ใช่แค่เซเว่นฯ ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องมีกฎหมายดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยเฉพาะเจ้าของแฟรนไชส์รายใหญ่กับแฟรนไชส์รายย่อย เช่น ถ้าขายแฟรนไชส์ไปแล้ว เจ้าของแฟรนไชส์จะต้องไม่อนุญาตให้รายอื่นๆ หรือร้านตัวเองตั้งสาขาแข่งกับแฟรนไชส์ที่ขายไปแล้วในรัศมี 1 กิโลเมตร เป็นต้น แต่ในหลายๆ กรณีจะพบว่ามีการร้องเรียนพฤติกรรมการแข่งขันการค้าที่ไม่เป็นธรรมก็จริง แต่การพิจารณาของคณะกรรมการทำได้ล่าช้ามาก” เดือนเด่น ระบุ

ประเด็นคำถามจึงกลับมาที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายในการป้องกันและลงโทษธุรกิจที่มีพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงธุรกิจที่มีการผูกขาดภายใต้พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 

“ที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าทำได้ช้ามาก เนื่องจากกรรมการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ ซึ่งมีงานประจำอยู่ ประกอบกับกรรมการบางส่วนเป็นตัวแทนภาคธุรกิจและหอการค้าไทย ซึ่งมีความทับซ้อนในเรื่องของผลประโยชน์ และบางธุรกิจแม้ถูกร้องเรียนว่าพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม แต่เมื่อมีสายสัมพันธ์กับการเมืองก็จะทำให้การพิจารณาถูกแทรกแซง จึงจำเป็นต้องแยกคณะกรรมการแข่งขันทางการค้ามาเป็นองค์กรอิสระ” แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุ

และนั่นสอดคล้องกับแนวคิดของกระทรวงพาณิชย์ที่อยู่ระหว่างยกร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ โดย สันติชัย ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่จะมีการเปิดประชาพิจารณ์รอบสุดท้าย จะแยกสำนักงานแข่งขันทางการค้าและคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าออกมาเป็นองค์กรอิสระ เพื่อทำหน้าที่อย่างเป็นกลางและปราศจากการแทรกแซงของนักการเมือง โดยกรรมการทุกคนจะคัดสรรจากผู้ทรงคุณวุฒิ จากเดิมที่จะมีตัวแทนจากหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้ามาเป็นกรรมการ

“จะพยายามผลักดันร่างกฎหมายให้บังคับใช้ในรัฐบาลชุดนี้ และจะทำให้การสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมทำการค้าไม่เป็นธรรมทำได้ดียิ่งขึ้น ต่างจากโครงสร้างปัจจุบันที่ไม่สามารถส่งฟ้องได้แม้แต่รายเดียว เพราะข้อร้องเรียนทั้งหมดยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน จนบางคดีหมดอายุความไปแล้ว” สันติชัย บอก

เช่นเดียวกัน มีข้อเสนอจากอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รายหนึ่ง ที่ระบุว่า รัฐบาลควรเร่งรัดผลักดันร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ.... ให้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ เพื่อดูแลร้านค้าปลีกในชุมชนให้มีที่ยืน ไม่ใช่ให้ทุนใหญ่ทั้งทุนในและต่างประเทศครองตลาดค้าปลีกค้าส่งโดยไม่มีการควบคุม

“การยกร่างกฎหมายค้าปลีกฯ จะต้องเปลี่ยนมามองในมุมของคนตัวเล็ก และแม้ว่าเราต้องการให้ผู้บริโภคได้ของดีราคาถูก แต่จะฆ่าผู้ประกอบการไทยไม่ให้ตั้งตัวก็ไม่ใช่ และต่อไปเขาอาจผลิตสินค้าได้ดีกว่าและถูกกว่าก็ได้ หรือเราคนไทยเป็นลูกจ้างกันหมด” แหล่งข่าวระบุ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน