
ซิงเกอร์รับกำไรลดหนี้ปูด
SINGER ยอมรับไตรมาสแรกแย่กว่าปีก่อน ดิ้นปรับกลยุทธ์สู้หนี้เสียเพิ่ม ลูกค้าคืนของ
SINGER ยอมรับไตรมาสแรกแย่กว่าปีก่อน ดิ้นปรับกลยุทธ์สู้หนี้เสียเพิ่ม ลูกค้าคืนของ
นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) เปิดเผยว่า คาดว่าผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2558 แย่กว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากเทียบกับช่วงไตรมาสก่อนหน้าถือว่าดูดีขึ้น เป็นผลจากที่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ในไตรมาสแรก ปี 2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4 มีกำไรสุทธิเพียง 25 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน มี.ค.ได้เริ่มปรับกลยุทธ์โดยการลดใช้สื่อประเภทแมสมาทำการตลาดรุกหาลูกค้าในพื้นที่เอง โดยเฉพาะในสินค้าที่เป็นฤดูไฮซีซั่นหรือเป็นที่ต้องการของลูกค้า เพราะหวังว่าปริมาณการขายจะเป็นตัวสร้างรายได้และกำไร เช่น ช่วงไตรมาส 2 สินค้าเครื่องปรับอากาศเป็นที่ต้องการสูง ก็พยายามเพิ่มกลยุทธ์ตลาดจนยอดขายเครื่องปรับอากาศช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.เพิ่มขึ้นเป็น 5,000-1 หมื่นเครื่อง/เดือน จากระดับปกติอยู่ที่ 3,000-4,000 เครื่อง/เดือน
ขณะที่เดือน ม.ค.ได้เริ่มขยายเงื่อนไขการวางเงินดาวน์เหลือ 5% จากเดิม 10% พร้อมขยายงวดการผ่อนชำระสินค้าออกเป็น 48 เดือน หรือ 4 ปี จากเดิม 24 เดือน หรือเพียง 2 ปีเท่านั้น ทั้งหมดนี้
เพื่อควบคุมอัตราเอ็นพีแอลไม่ให้สูงขึ้น และในเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้บริษัทก็จะมีการออกสินค้าที่มีความต้องการในอุตสาหกรรมออกมาอีก เช่น รถขายน้ำมัน และตู้รับชำระเงินต่างๆ
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับเป้าหมายรายได้ของปีนี้ลงมาแล้วว่าจะเติบโตได้เพียง 5% จากปีก่อนรายได้อยู่ที่ 3,440 ล้านบาท ด้วยสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้จะทำให้การเติบโตไปถึง 2 หลักเป็นไปได้ยากมาก เพราะเห็นสัญญาณชัดเจนแล้วว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะลากยาวเป็นตัวแอล แต่ไม่รู้ลากยาวไปถึงไหน จากเดิมที่เคยคาดการณ์กันไว้ว่าจะเป็นตัวยู
“ตัวเลขหลายอย่างของบริษัทไม่ดีและเห็นมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 6.5% จากปกติจะอยู่ที่ 3.5% เท่านั้น ซึ่งบริษัทพยายามจะไม่ให้เกิน 7% ขณะที่อัตราการคืนสินค้าของลูกค้าก็เพิ่มมาอยู่ที่ 5-6% จากปกติที่ 3% อีกทั้งอัตราการเก็บเงินได้สัดส่วนการเก็บเงินเป็นเงินสดอยู่ที่ 10% จากสถานการณ์ปกติอยู่ที่ 30% และเป็นระบบเงินผ่อนปัจจุบัน 90% และจากเดิม 70% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าเน้นเก็บเงินสดใและสภาพคล่องไว้กับตัวมากกว่า ที่จะก่อหนี้เพิ่ม ตามสภาพเศรษฐกิจที่ชอละตัว” นายบุญยง กล่าว







