
FSMARTแย้มสถาบันรุมหุ้น
FSMART คุยเนื้อหอม กองทุนไทย-นอก-วีไอรุมขอข้อมูล ลั่นกำไรปีนี้โตแซงรายได้กว่า 40%
FSMART คุยเนื้อหอม กองทุนไทย-นอก-วีไอรุมขอข้อมูล ลั่นกำไรปีนี้โตแซงรายได้กว่า 40%
นายสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) เปิดเผยหลังบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ มาแล้วกว่า 6 เดือน ว่ามีนักลงทุนสถาบันทั้งกองทุนในประเทศและต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชมบริษัทหรือประชุมทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เพื่อสอบถามถึงการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการให้บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือประเภทเติมเงินล่วงหน้า (พรีเพด) และบริการชำระเงินออนไลน์ เนื่องจากตลาดต่างประเทศมีแต่การทำการตลาดแบบจ่ายหลังใช้ (โพสต์เพด) มากกว่า
ปัจจุบันบริษัทปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้วพบว่ามีกองทุนเค สตาร์หุ้นทุนคืนกำไรของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ถือหุ้นเป็นอันดับที่ 15 มีทั้งหมด 5.48 ล้านหุ้น หรือ 0.69% และยังมีกองทุนส่วนบุคคลของธนาคารกสิกรไทยได้โทรศัพท์มาสอบถามธุรกิจพร้อมถามว่าจำนวนหุ้นในกระดานทำไมมีน้อย
นอกจากนั้น ยังมีผู้ลงทุนประเภทเน้นคุณค่า (วีไอ) ที่ลงทุนในหุ้นบริษัทได้เข้ามาขอเยี่ยมชมกิจการและแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งหมด 3 กลุ่ม หนึ่งในนั้นคือกลุ่มนักลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จนล่าสุดมีผู้ลงทุนที่เข้ามาทยอยเก็บจนเป็นผู้ถือหุ้นอันดับต้นของบริษัท เช่น นายประชา ดำรงค์สุทธิพงศ์ ปัจจุบันถือจำนวน 95.8 ล้านหุ้น หรือ 11.98% ถือหุ้นเป็นอันดับสองรองจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH) นายจเรศักดิ์ ทรงวุฒิวิชัย ถือหุ้น 6 ล้านหุ้น หรือ 0.76%
“ตอนนี้ FORTH ถือหุ้นทั้งหมด 45% ปัจจุบันก็มีผู้ลงทุนรายบุคคลทยอยเข้ามาเก็บเรื่อยๆ ส่วนสถาบันต่างประเทศก็จะเป็นกองทุนจากประเทศสิงคโปร์และสหรัฐที่เข้ามาสอบถามข้อมูล ผู้สนใจก็ลงทุนผ่านบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ แม้ปัจจุบันหุ้นที่หมุนเวียน (ฟรีโฟลต) ของบริษัทเหลือประมาณ 20% ก็ตาม และคณะกรรมการบริหารก็ยังไม่มีนโยบายอย่างไรออกมา และที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำรายการซื้อขายขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) ขายหุ้นให้ใคร จำนวนผู้ถือหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่มาจากการเข้าเก็บบนกระดานหุ้นในกระดานหลักเอง” นายสมชัย กล่าว
สำหรับเป้าหมายผลการดำเนินงานปี 2558 นายสมชัย กล่าวว่า กำไรสุทธิน่าจะเติบโตมากกว่ารายได้ที่คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 40% จากปีก่อนมีรายได้ 1,164 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปีก่อนอยู่ที่ 153 ล้านบาท เพราะปีนี้บริษัทเพิ่มเครื่องบุญเติมเป็น 6 หมื่นเครื่อง จากปีก่อนอยู่ที่ 4.28 หมื่นเครื่อง และถือเป็นปีแรกที่บริษัทตั้งเป้าเพิ่มเครื่องบุญเติมถึง 1.5-1.6 หมื่นเครื่อง เทียบกับปีก่อนเพิ่มเพียง 1 หมื่นเครื่อง และเพิ่งเพิ่มเป้ายอดเติมเงินปีนี้เป็น 1.5 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.4 หมื่นล้านบาท
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ตอนนี้บริษัทพยายามเพิ่มจำนวนเครื่องบุญเติมมากขึ้น เพื่อให้เกิดมูลค่าการเติมเงินบุญดันอัตราการทำกำไรให้เพิ่มขึ้น และยังเน้นทิศทางนี้ไปต่อเนื่อง โดยกำหนดภายในปี 2560 หรืออีก 3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเครื่องบุญเติมเป็น 8 หมื่นเครื่อง และมียอดเติมเงินเป็น 2.3 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี ปีนี้ยังเป็นปีที่บริษัทได้ทุ่มงบถึง 30-40 ล้านบาท ในการทำโปรโมชั่นและการตลาดประชาสัมพันธ์ เทียบกับปีก่อน 20-25 ล้านบาท
นอกจากนั้นบริษัทยังอยู่ระหว่างการขยายพันธมิตรเพื่อเข้ามาเสริมในบริการอื่นๆ เพิ่มอีก เช่น การร่วมมือการชำระจ่ายค่าเครื่องสำอางของบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งที่จะเริ่มในปลายไตรมาส 2 นี้ หรือการเจรจากับทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปรายละเอียด
ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดเผยผลการดำเนินงานในงวดไตรมาสแรกว่ามีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท พุ่งขึ้น 26 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 83 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 31 ล้านบาท







